วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Review หูฟัง UE Triple.fi 10 pro

Ultimate Ears Triple.fi 10 Pro






สำหรับตัว Triple.fi นั้น ตัวเนื้องานผมว่า ดีขึ้นกว่าตอน Super.fi 5 pro เยอะครับ พลาสติกที่ใช้ใกล้เคียงกับตัว Shure E500 ทีเดียวครับ ( ผมว่าพลาสติกตัวเดียวกันด้วยซ้ำ ) แต่การเก็บรายละเอียดเนื้องานก็ยังลวกกว่า Shure อยู่ดี เพราะยังเห็นร่องรอยพลาสติกช่วงยางที่มีรอยปูดนิดๆ แต่ไม่ว่ากันครับ ของพวกนี้ไม่มีผลกับเสียงอยู่แล้ว เรื่องของสายถ้าเทียบกับล๊อตปัจจุบัน ผมว่าความแข็งแรงใกล้เคียงกันครับ เพราะรุ่นใหม่ใช้สายใสแบบหนา แต่ตัว Triple.fi ใช้สายดำเงา แต่ก็หนาเช่นเดียวกัน ผมถือว่าสายแข็งแรงระดับนึงเลยทีเดียวครับ งานส่วนอื่นๆก็ดูโอเคขึ้น ( เพราะราคาแพงขึ้น )


Driver สีน้ำเงินแบบเงา หรือสี Metalic Blue นั้น ทำให้มันดูดีมีชาติตระกูลขึ้นเยอะครับ เป็นสีสไตล์แบบ E500 เด๊ะๆ เป็นการบอกนัยๆว่า ท้าชนเต็มที่นะเนี่ยนะ แต่ผมเชื่อว่า ที่ทำสีแบบนี้เพราะเห็น E500 ขายดีมากกว่าครับ (555) ส่วนของแถมก็ให้ของมาตามมาตรฐานสไตล์ UE ให้พอๆกับ Super.fi 5 Pro เลยครับ








มาเข้าเรื่องของเสียงบ้างครับ



ในเรื่องของเสียงนี่ ผมรู้สึกว่า สิ่งที่ด้อยไปใน Super.fi 5 pro ถูกแก้ไขออกมาใน Triple.fi จนหมดครับ ไม่ว่าจะเป็นเสียงร้องที่บางเพราะดันโยกไปใกล้ติด Blackground หรือจะเรื่องของเบสที่มี impact แต่ห้วน ขาดทั้ง middle และ Deep base รวมทั้งน้ำหนักกลองที่เบา ตัวนี้แก้ไขเรียบร้อยแล้วครับ

ว่าการด้วยเรื่องของเสียงกลางและเสียง Vocal ก่อน ตัว Triple.fi ได้รับการปรับปรุงในจุดนี้แล้วครับ เสียงร้องของ Triple.fi ชัดมากๆครับ ยิ่งถ้าเพลงช้าๆจะเห็นผลได้ค่อนข้างชัดครับ ( ถ้าเพลงร๊อคก็จะโดนทำให้บางลงไปหน่อย ) เสียงกลางยิ่งไม่ต้องห่วงครับ เนื้อเสียงมีคุณภาพ ทั้งชัดและให้รายละเอียดได้ดีทีเดียว เสียงบางย่านที่เคยบางและเบลอใน Super.fi ก็ถูกขยับมาให้ชัดขึ้น แต่อิ่มมากขึ้น ยิ่งเสียง Vocal ไม่ต้องห่วงครับ เล่นแยกตัวออกมาจากชิ้นดนตรีอื่นๆ สไตล์คล้ายๆ Shure เลยครับ แต่ว่า สิ่งที่แตกต่างของ Vocal ใน Triple.fi คือ ถ้าเป็นเสียงร้องแบบ Duet หรือร้องคู่ ถ้าเกิดเสียงของอีกฝ่าย Drop ลง หรือบางกว่าเสียงแรก จะถูก Triple.fi ย้ายตำแหน่งลงมาต่ำกว่าเสียงแรกเล็กน้อย และจนโดนดึงไปอยู่ Stage ด้านหลังหัว เพื่อป้องการการทับซ้อนกันของเสียงร้องครับ ผมค่อนข้างตกใจในจุดนี้เล็กๆ เพราะ Shure ยังให้เสียงร้องอยู่ในบรรทัดเดียวกัน หรือ อยู่ในระดับระนาบของ Soundstage เดียวกันอยู่ครับ

เสียงกีต้าร์ที่แต่เดิม super.fi ให้เสียงออกมนๆ นุ่ม มาคราวนี้เปลี่ยนแล้วครับ เป็นคมๆชัดๆแทน เรียกว่า ให้น้ำหนักเสียงกีต้าร์ได้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะครับ ใกล้เคียงกับเสียงที่ Ms-2 ทำได้เลยทีเดียว ผมว่าน้ำหนักการกรีดลงสายนั้นชัดกว่าที่ MX90VC ทำได้อีก เสียตรงที่ตำแหน่งของการวางกีต้าร์นั้น MX90VC จะวางไว้ไกลกว่า ทำให้รับรู้ถึง image ของกีต้าร์ได้ดีกว่า แต่ความคมชัดก็ยังสู้ Triple.fi ไม่ได้อยู่ดีครับ

รายละเอียดของเสียงสูงนั้น ตัว Triple.fi ให้ Detail ที่ดีมากทีเดียวครับ ลักษณะของ Tweeter ในแบบ Triple.fi ทำให้ผมนึกถึงลำโพงอย่าง Monitor Audio ครับที่ Tweeter ใช้ Driver ทำจากอลูมิเนียม เสียงสูงของ Triple.fi เลยจะออกใสละเอียด แต่เนื้อแข็งสไตล์เหล็กเลยครับ ไม่เหมือนเสียงสูงที่ออกจาก Tweeter โดมผ้าที่ใสนุ่มแบบ สไตล์ของ E500 ถ้ามีเสียงที่เกี่ยวกับโลหะอย่าง แฉ , ไทรแองเกิ้ล , ฉิ่ง ( ^_^ ) , ฉาบ , ไฮแอท etc. จะได้ยิน Detail ที่ชัดมาก เรียกว่าให้ Dynamic ได้ดีขึ้น และการแบ่งแยกชิ้นดนตรีก็ทำได้ดีขึ้นครับ เสียงสูงที่ว่ากันว่าบาดก็ลดความบาดลง (แต่ดันแข็งขึ้น 55 )

เสียงกลองที่ลงได้ไม่แน่นสมัย Super.fi ก็ถูกเปลี่ยนมาเป็นกลองที่ตีได้มันมากขึ้น แน่นยิ่งขึ้น จังหวะของกลองผมค่อนข้างพอใจกว่าสมัย Super.fi มาก แต่ความ impact อาจยังด้อยกว่า E500 น้อยในส่วนของกลองนะครับ แต่ที่ผมชอบคือ ในเพลงเดียวกัน สมัยที่ผมฟัง Super.fi เนี่ย กลองมันก็เสียงเหมือนกันหมด แต่พอมาเป็น Triple.fi ผมสามารถรับรู้ถึงหน้ากลองหนัง และหน้ากลองแบบพลาสติกได้ทีเดียวครับ ตรงนี้ผมก็ค่อนข้างประทับใจเล็กๆว่า มันดีกว่าเดิมจริงๆแฮะ... ( เกือบไม่คุ้มตังค์ซะแล้ว )

เรื่องเบสไม่ต้องห่วงครับ เบส Impact แน่นอนตามสไตล์ของ UE อยู่แล้ว แต่ว่า งวดนี้ไม่กระชับสั้นฉับไวแล้ว เพราะ Triple.fi ก็มี Deep กับเค้าบ้าง เรียกว่าเดิน Melody เบสได้ได้แจ๋วกว่าเดิมครับ เบสอาจจะยังไม่ดิ่งลึกเท่ากับ HD650 ( เพราะมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว 555 ) แต่ผมค่อนข้างพอใจกับเบสในระดับนึงครับ เพราะใกล้เคียงกับการเดินเบสของ E500 ทีเดียวครับ เสียตรงยังด้อยกว่าเล็กน้อยในจุดนี้ เพราะความลื่นไหลและความชัด E500 ยังกินอยู่เล็กน้อยครับ ( ไม่ด้อยกว่ามากนะครับ )



Soundstage ยังคงกว้างขวางเหมือนเดิมครับ มิติเสียงกลางจะดีกว่าของเดิมเล็กน้อยครับ ( พอดีไม่มีตัวเทียบ เอาเท่าที่จำได้แล้วกันครับ 55 ) Dynamic ก็ดีกว่าครับ ผมว่า Image ชัดและนิ่งกว่า Super.fi ครับ อีกอย่างเสียง Vocal โดนจับมาแยกเป็นอิสระกว่าสมัย Super.fi เลยทำให้มันดูชัดไปหมดทุกย่านครับ

ล่าสุดผมลองกับเพลงที่เคยฟังสมัยมี Super.fi แล้วพบว่า การแบ่งแยกชิ้นดนตรีนั้น Triple.fi ทำได้เหนือกว่าเยอะเลยครับ ทั้ง Dynamic ก็ดีกว่าอีกตะหาก และถ้าผมจำเสียง Super.fi ไม่พลาด ผมรู้สึกว่า Soundstage และมิติจะเหนือกว่า Super.fi ด้วยซ้ำครับ แต่ตัว Triple.fi ผมรู้สึกว่าจะขับยากกว่า Super.fi อีกครับ ต้องเร่งเสียงเข้าไปใกล้ๆพวก Full Size แบบ 32 ohm ทีเดียว ถึงจะได้ dynamic ครบถ้วน.. เสียดายที่ iPOD ผมมิอาจรีดความสามารถของ Triple.fi ได้หมด เพราะเท่าที่ผมลองต่อพวก CD Player ชุด Mid End ผมรู้สึกว่า พวกนั้นให้ Dynamic ดีกว่าอีกครับ เสียงร้องที่ปรกติจะแข็งๆช่วงปลายๆ ก็หายไปเลยครับ รู้สึกถึงความนิ่งขึ้นเข้าไปอีก เชื่อว่าตัว Triple.fi ถ้าได้ผ่าน amp จะทำให้ image ยิ่งขึ้นอีกโขเลยครับ







สรุปแล้ว ตัว Triple.fi คือหูฟังที่เพิมขีดความสามารถของ Super.fi 5 pro ให้เหนือขึ้นไปอีก ถึงแม้ว่าหลายๆคนเคยคาดหวังว่าเสียงมันจะขึ้นไปเทียบเท่ากับ UE 10 pro custom แต่พอออกมากลับกลายเป็นอีกบุคลิกนึงไป แต่ด้วยน้ำเสียงที่เพียบพร้อม ฟังได้แทบทุกแนว ทั้งยังใส เบสดี ให้รายละเอียดเสียงสูงได้ดี และไม่ค่อยเลือก source มาก ทำให้เป็นหูฟังอีกตัวนึงที่น่าคบหาเลยทีเดียว สมกับที่เกิดมาเพื่อเป็นคู่กัดกับ SE530 โดยเฉพาะ ถ้าสนใจก็ลองไปหาทดลองฟังกันดูได้ครับ เดี๋ยวนี้น่าจะหาฟังได้ง่ายกว่าสมัยที่ผมได้มันมาใหม่ๆด้วยซ้ำครับ





Specifications

Input Sensitivity : 117dB/mW
Frequency : Response 10 to 17,000 Hz
Impedance :
32 ohms
Internal Speaker
Configuration : Three individual precision balanced armatures
Noise Isolation :
-26dB
Input connector : 1/8" (3.5mm) gold plated
Weight With cable assembly :
0.6 oz.


33 ความคิดเห็น:

champ_korn กล่าวว่า...

[IMG]http://i564.photobucket.com/albums/ss89/champ_korn/ear%20phone/IMG_2846-1.jpg[/IMG]

ผมเคยเห็นตัวที่เป็นกล่องสีดำแบบนี้ ไม่ทราบว่าต่างกับกล่องสีเงินยังไงครับ หรือว่าแค่คนละ Lot กันครับ

G7 กล่าวว่า...

ตัวกล่องดำเป็นรุ่นแรกๆครับ รุ่นกล่องที่เห็นจะเป็นรุ่นออกหลังๆแล้วครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

กำลังจะไปถอยครับ ถ้าเทียบกับ fi.5 นี่ ตัวนี้บาดหูน้อยกว่าเยอะไหมครับ

G7 กล่าวว่า...

ความบาดพอๆกันครับ แต่รายละเอียดย่านสูงของ T10 เหนือกว่ามากครับ พวกเสียงที่เป็นประกายทั้งหลายจะได้ยินชัดแบบเม็ดๆละเอียดยิบๆเลยครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

Tf10 Pro นี่ ระหว่างจุกยาง กับจุก คอมพลายโฟมสีดำ ของ shure จุกแบบไหนให้เสียงที่ดีกว่ากันครับ

G7 กล่าวว่า...

จุก Comply จะทำให้เกลาย่านสูงช่วยให้ไม่บาดหูครับ แต่ถ้าถามว่าอันไหนเสียงดีกว่า ก็คงต้องจุกซีีลีโคนครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

fi 10 นี่ต่อกับ ipod touch หรือ nano ดีกว่ากันครับ ตัวไหนให้้เสียงได้ครบกว่า

G7 กล่าวว่า...

ถ้า iPOD touch เลือก Gen ล่าสุดเลยครับจะดี
แต่ iPOD nano ต้อง gen3 ครับ

ทั้ง 2 รุ่นเหมาะกับ Fi.10 ครับ

Pingz กล่าวว่า...

ท่านG-7ครับ
ตัวproกับvi มันต่างกันยังไงอ่ะครับ

G7 กล่าวว่า...

ตัว Pro เป็นรุ่นปรกติครับ ส่วนตัว Vi คือรุ่นมีไมค์ครับ

เสียงจะต่างกันนิดหน่อยตรงตัว Vi จะจัดจ้านกว่านิดนึงครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คุณ g7 ครับ
ถ้าต่อผ่าน amp หรือ dac-amp ตัวไหนน่าเล่นมั่งครับ

G7 กล่าวว่า...

จริงๆตัว Fi.10pro แทบไม่้ต้องต่อผ่านแอมป์เลยนะครับ ถ้าจะต่อผ่านแอมป์ก็น่าจะเป็นแอมป์ที่ความคมน้อยๆและนุ่มนวลหน่อย อย่าง Hornet , Voyager เป็นต้นครับ จะช่วยให้เสียงของ Fi.10pro ลงตัวมากขึ้นครับ

หรือถ้าชอบเสริมให้จัดจ้านก็พวก thunderbolt น่ะครับ ไม่แพงและดี

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

แล้วถ้าใส่หูฟังสลับข้างกันจะมีผลอะไรมากมายมั้ยครับ? พอดีคิดว่าใส่คล้องบนหูน่าจะไม่ค่อยถนัดน่ะครับ แล้วถ้าใส่ฟังเพลงตอนนอนจะเจ็บหูมั้ยครับสายจะพังง่ายกว่าปกติรึป่าวครับ?
ควรจะดูแลรักษาไงดีครับ รบกวนแนะนำหน่อยนะค๊าบ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริงๆครับผม ^^

G7 กล่าวว่า...

การใส่สลับข้างต้องถอดเปลี่ยนสายด้วยนะครับ ให้มันกลับด้านแต่้ยังเป็นฟาก ขวากับซ้าย เหมือนเดิม

ข้อดีคือ มิดชิดขึ้น กระชับขึ้น Housing ไม่ยื่น เบสเยอะขึ้น
ข้อเสียคือ soundstage และมิติด้อยลง

ข้อควรระวังคือการถอดสาย ควรกระทำอย่างระมัดระวังครับ ไม่งั้นจะเจออาการไส้ไหลครับ แต่โดยมาก TF10 Hosing ค่อนข้างทนครับ ใส่นอนก็ไม่แตกง่ายๆ สายก็สามารถเปลี่ยนได้ด้วยครับ ดังนั้นการระวังโดยทั่วไปไม่มีอะไรมากครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

เรียนท่าน G7 ครับ
ผมอยากให้ช่วยวิเคราะห์หน่อยครับว่า
ถ้าผมจะซื้อตัว fi.10 pro มาใช้กับ iphone4 ไม่รู้ว่าเสียงจะดีพอๆกับรีวิวรึป่าว และ จะคุ้มค่ากับราคา รึป่าวครับ ?
หรือถ้าไม่เวริค
มีตัวไหนแนะนำรึป่าวครับ...ผมชอบเสียงแนวๆรีวิวนี้ครับ แต่ก็อยากเจอตัวที่ให้เสียงแหลมๆ นุ่มนวลกว่านี้อ่ะ
ส่วนราคา ก็ไหวพอๆกับเจ้าตัว fi.10 pro ครับ

G7 กล่าวว่า...

Tf10 จับกับ iphone4 โอเคเลยครับ กลางชัดขึ้น แหลมยังเป็นประกายและรายละเอียดอยู่ ด้วยราคาตัวหิ้วปัจจุบัน คุ้มสุดๆครับ

ถ้า่จะให้นุ่มลงก็สามารถเปลี่ยนจุกเป็นจุกโฟมรุ่นที่มี filter กันฝุ่น จะทำให้แหลมนุ่มลง แลกกับประกายเสียงที่ลดลงด้วยครับ แต่ได้เบสกับกลางเพิ่มขึ้นครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

TF10 ตอนนี้ยังหาซื้อตามท้องตลาดทั่วไปได้อยู่ไหมครับ
พอดีผมไปดูตามร้านทั่วๆไปแล้วไม่เคยเห็นตัวนี้เลย อยากได้มากๆ ไม่ทราบว่าร้านไหนยังพอจะมีอยู่บ้างอ่ะครับ(TwT)

G7 กล่าวว่า...

ยังมีขายอยู่นะครับ ลองโทรไปสอบถามร้านขายหูฟังดูครับ

Sanookgadget : 085-4444-718
มั่นคงgadget : 081-864-8924

Boonyarit กล่าวว่า...

เรียนคุณ G-7 ได้อ่านบทความนี้แล้วคิดว่าน่าจะเข้าใกล้แนวหูฟัง IE ที่ผมกำลังมองหาอยู่ครับ (เพราะผมใช้ลำโพง Epos M-12 ที่เป็นของอังกฤษเหมือนกัน ใช้โดมอลูมีเนียมเหมือนกันและแนวน่าจะออกใกล้ๆ กับ Monitor Audio ด้วย) แต่ผมมีคำถามมากทีเดียวและอาจจะจะยาวเกินไปที่จะออกใน blog นี้ ไม่ทราบจะขอรบกวนสอบถามทาง email ได้ใหมครับ (รบกวนข่วยตอบทาง email นะครับ) นับถือ Boonyarit (boonyaritn@gmail.com)

G7 กล่าวว่า...

ถามทาง e-mail ได้เลยครับ ผมส่งไปหาแล้ว

Boonyarit กล่าวว่า...

เรียนคุณ G7
รบกวนช่วยส่งอีกสักครั้งนะครับเพราะผมยังไม่ได้รับครับ ขอบคุณมากครับ Boonyarit (email ผม : boonyaritn@gmail.com ครับ)

G7 กล่าวว่า...

ผมส่งไปหาแล้วนะครับ e-mail ไม่น่าผิด ไม่แน่ใจว่าทำไมถึงไม่ได้รับ เอาเป็นว่าเมล์มาหาผมแล้วกันนะครับที่

tuumz@hotmail.com

XaGiz กล่าวว่า...

เห็นเค้าว่า TF10 นี่ใส่ยากเหรอครับ. . .

G7 กล่าวว่า...

ใส่ไม่ยากนะครับ แต่มันจะใส่ไม่แนบสนิทกับหูเท่านั้นเอง เพราะ Housing มันยื่นๆ เลยต้องเอาสายพาดเกี่ยวหลังหูด้วยน่ะครับ มันดูวุ่นวายมากกว่ายากครับ แต่ใช้ซักพักก็ชินไปเอง เพราะหูฟังส่วนใหญ่ก็ใส่ลักษณะนี้ครับ

G7 กล่าวว่า...

ปรกติ comply ธรรมดามันก็จะข่มแหลมอยู่แล้วครับ แต่ถ้าอยากให้ลดแหลมลงอีก ก็ลงจุก Comply ตัวที่เป็น Wax Guard ครับ ตัวนั้นจะมีส่วนที่ไว้กันขี้หู ซึ่ง เป็นตัวทำให้เสียง soft ลงแต่ไม่ทำลายเสียงย่านแหลม แต่แแลกกับรายละเอียดนิดหน่อยครับ

ตัวไหนดีที่สุด ผมก็ตอบไม่ได้ครับ แล้วแต่รสนิยม เพราะโดยส่วนตัวแล้ว ผมว่า การฟัง TF10 ควรใช้จุกซีลีโคนของมันเองดีที่สุดครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมอยากได้ตัวนี้ครับ เห็นราคาของหิ้วแล้วกลัวว่าจะเป็นของปลอม อยากถามว่าจะสังเกตุได้ด้วยอะไรบ้างครับ หรือว่า เสียงมันจะบอกเลยว่าแท้หรือปลอม
ขอบคุณครับ
ปล. ตัวนี้ถ้าใช้กับdac-amp ibasso D0 จะดีไหมครับ

G7 กล่าวว่า...

เท่าที่ผมเจอมา ยังไม่เห็น Triple.fi10 ปลอมในไทยนะครับ เพราะ Logitech ทำราคา backstore แบบลดสุดชีวิต ถูกสุดพลัง ดังนั้นจึงเห็น triple.fi 10 pro หลุดออกมาขายแบบถูกๆเยอะมากๆ

ส่วนเรื่องเอามาใช้กับ DAC อย่าง iBasso ผมเห็นว่าก็น่าจะไม่มีปัญหานะครับ เพราะปรกติ Triple.fi 10 pro ไม่ค่อยเรื่องมาก ไม่ค่อยเลือก source ด้วยครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ราคาตอนนี้ ประมาณเท่าไหร่ครับ พอดีตอนนี้ผมมี ue700 ซึ่งก็ชอบเสียงมาก ถ้าผมจะขยับ มาเล่นตัว triple fi 10 pro เสียงจะต่างกันเยอะมั้ยครับ หรือควรจะ ขยับไป ตัวอื่นเลย ผมเคยมี um1 ซึ่งก็ชอบมาก เลยสนใจ um3x rc อยู่ แต่ก็ลังเล ว่าควรจะ ลอง triple fi 10 หรือ um3x rc หรือ พวก shure ดีครับ ปล. ปกติฟังเพลงค่อนข้างหลายหลายครับ ตั้งแต่ olivia ong ,joana wang ,susan wong ,ยันพวก ร๊อกหนักๆ เมทัล แม้แต่เกาหลี หรือ พวก ฮิปพอพ รวมถึง แนว depapepe ด้วยครับ
ปล. ผมฟังกับ ipod gen4 b/w แล้วก็ iriver p7ครับ
ขอบคุณครับ

G7 กล่าวว่า...

ราคาหิ้วของ Triple.fi 10 pro อยู่ี่ราวๆ 5,xxx-6,xxx ครับ ถามว่าควรขยับไม๊ อันนี้แล้วแต่ความชอบครับ เพราะการใส่ของ Triple.fi 10 pro ผมบอกตามตรงว่า สำหรับคนหูเล็กจะถือว่ายากมาก และถ้าใส่ไม่สมบูรณ์กลางจะขุ่นครับ เหมือนที่หลายๆคนเจอ และพากันบอกว่าห่วยกว่า UE700 เพราะเค้าใส่ไม่แ่น่นนั่นเอง ถ้าเอาภาพรวมมันดีกว่า UE700 ครับ แต่ด้วยความยากในการใส่ผมเลยไม่่ค่อยแนะนำ อีกอย่างมันตกรุ่นและกำลังจะเลิกผลิตแล้วครับ

เพราะการมาถึงของ UE900 ครับ

ส่วน Shure รุ่นหลังๆถ้าชอบเสียงทื่อๆก็โอเคครับ แต่สำหรับผม ผมไม่ชอบและไม่แนะนำเท่าไหร่ครับ

ตัว UM3X ดีที่สุดในบรรดา Westone แล้วครับ แต่ Westone 4 ให้มิติและเสียงสูงได้เยี่ยมที่สุดในบรรดา Westone ทุกตัวครับ แล้วแต่ชอบ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ผมใช้tf10อยู่คับ ตอนแรกๆคุณภาพเบสดีมากเลยคับ แต่ปริมาณน้อยหน่อย(หลายคนบอกว่าเป็นปกติของรุ่นนี้) พอเบินไปซัก100ชม รู้สึกเบสมันหายแบบหายตกใจ สงสัยมาก จะแก้ยังไงดีคับ

G7 กล่าวว่า...

อาการแบบที่ว่าผมเคยได้ยินเหมือนกันครับ ส่วนใหญ่เกิดจากสองกรณี

กรณีแรก คือ การใส่ครับ ที่เราคิดกันไปเองว่าใส่สุดแล้ว แต่จริงๆ TF10 ใส่ให้สุดยากมากนะครับ ถ้าฟังแล้วรู้สึกเบสไม่เต็ม กลางขุ่น นั่นน่ะ คือ ใส่ไ้ด้ไม่สุดครับ เพราะถ้าใส่สุดแล้ว กลางจะชัดมาก เบสจะแน่น เต็มๆ

กรณีสอง คือ จุกยางมันย้วยครับ เกิดจากการเก็บไม่ดี เมื่อใช้นานๆมันจะย้วบนิดๆทำให้ใส่้แล้วไม่แน่นกับหู กรณีหลังให้ลองเปลี่ยนเป็น comply foam ดูว่าเบสกลับมาหรือเปล่า ถ้ายังหายอยู่ก็น่าจะ driver เบสเสียครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ขอสอบถามหน่อยครับ
ในส่วนของสาย ถ้าใส่ ขวา-ซ้ายถูกต้องแล้ว
แต่ สลับ +,- จะส่งผลยังไงบ้างครับ
และถ้าฟังจากเสียง จะ เสียงต่างกันยังไงบ้างครับ
ขอบคุณครับ

G7 กล่าวว่า...

มันคือภาวะ "กลับเฟส" ครับ

ลองนึกภาพของลำโพงนะครับ ปรกติเราจะส่งกระแส + และ - เพื่อ ดึง diapham และ ปล่อย diapham ที่นี้พอเราให้กระแสตรงข้าม มันก็จะสลับจากดึงเป็นปล่อย และ ปล่อยเป็นดึง

สิ่งที่เกิด โดยปรกติคนทั่วไปที่ไม่ได้ฟังเพลงนั้นบ่อยๆ หรือคนธรรมดาที่ไม่ได้สนใจ จะไม่รู้สึกอะไรครับ แต่พวกในวงการถ้าเคยฟัง system นั้นมาก่อน จะรู้ทันทีว่ากลับเฟส เพราะ หัวโน้ตมันออกมาแบบผิดปรกติ และกลางบางผิดปรกติครับ จริงๆมันจะมีเรื่องการออกเสียงของนักร้องที่จังหวะผ่อน จะหวังออกเสียงมันจะพิสดารนิดหน่อยน่ะครับ อันนี้ผมอาจจะอธิบายไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไหร่ แต่ถ้าคนเคยได้ยินมาก่อนจะเข้าใจครับ