วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Review Grado SR60

Grado SR60





หูฟังที่ใครต่อใครหลายๆคนกำลังด้อมๆมองๆล่ะนะครับ ด้วยสนนราคาค่าตัวไม่สูงจนเกินไป ราคาพอเหมาะพอเจาะกับผู้เริ่มต้นเข้าสู่วงการ Full-size ยิ่งมือสองคนมักจะปล่อยกันที่ค่าตัว 2000 กว่าๆ ทำให้เป็นหูฟัง Full-size อีกตัวที่น่าสนใจครับ


วัสดุภายนอกของ Grado ค่อนข้างเหมือนกันครับ โดยเฉพาะพวก Series อย่าง SR60 , SR80 , SR125 , SR225 ซึ่งก็จะคล้ายๆักันทั้งหมด จะมีจุดปลีกย่อยนิดหน่อยก็ตรงแถบ band ที่คาดบนหัวที่หุ้มหนังคนละแบบซึ่งก็ตามราคาแหละครับ ยิ่งแพงก็ยิ่งได้ของดี แต่ตัวคุณภาพของ Housing และสายถือว่าพอๆกันครับ คือมีความแข็งแรงและดูทนทาน แต่ยี่ห้อนี้มีปัญหาตรงที่เป็นสินค้า Handmade ดังนั้น อาจจะมีตัวหลุด QC มาบ้าง แต่ก็ถือเป็นปริมาณที่น้อยและสามารถเคลมได้ครับ




มาว่ากันที่เรื่องของเสียง



มิติเ้สียงของของ SR60 ค่อนข้างเด่นครับ และด้วยความที่เป็นหูฟังแบบ Open Dynamic ทำให้เวลาฟังจะรู้สึกว่าโล่งโปร่งสบาย ตัว soundstage ของ SR60 จริงๆจะแคบกว่าตัวอื่นๆใน series นะครับ แต่ก็ไม่ถึงกับแคบมาก ระดับของ soundstage ที่ให้มากับ SR60 อยู่ในเกณฑ์ที่กว้างกำลังดี ให้มิติเสียงกลางที่ลึกใช้ได้ แถมให้ image ชิ้นดนตรีที่มีขนาดกำลังพอเหมาะ ไม่ได้เล็กหรือใหญ่จนเกินไป ทำให้ฟังแล้วได้อารมณ์ทางดนตรีได้ดี จังหวะการไล่ชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นไม่ค่อยลอยกลางอากาศมาก ให้อารมณ์เหมือนนักดนตรีมีที่ยืนเป็นหลักแหล่ง ไม่เหมือนหูฟังหลายๆตัวที่ผมเคยฟังที่มักจะให้ image ของชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นเหมือนเล่นกันกลางอากาศ ไร้่ที่ยืน เสียตรงที่มันเป็นหูฟังระดับล่างๆของ Grado ทำให้เค้าไม่ได้เน้นให้มัน balance มากนัก ไม่งั้นเดี๋ยวขายดีกว่าตัวอื่น ข้อเสียมันจึงไปอยู่ที่ Dynamic และ การ Focus ที่ทำได้ด้อยกว่ารุ่นพี่ และ ด้วยความที่มิติเสียงกลางไม่ลึกเท่าพวกรุ่นพี่อย่าง Ms-1 หรือ SR125 ทำให้การแยกชิ้นดนตรียังทำได้ไม่ดีนัก บางชิ้นมีเกยๆใกล้ๆกันบ้าง ( แม้่แต่ Ms-1 ก็ยังเป็น ) ถ้าจะให้ขาดจริงๆก็คงต้องระดับ SR225 หรือ MS-2 ขึ้นไปแหละครับ


เสียง Vocal ให้ image ที่ใหญ่หน่อย และค่อนข้างเข้ามาใกล้เรามากกว่ารุ่นอื่นๆ ให้มวลที่ดี แต่โดยรวมจะติดขุ่นเล็กน้อย ขุ่นในที่นี้หมายถึงขุ่นกว่ารุ่นที่สูงกว่านะครับ เสียงเลยจะออกนวลๆหน่อย แต่ด้วยความที่ Focus image ของ vocal ได้ดี ทำให้เสียงร้องไม่โดนกลืนหายไปกับย่านอื่น ฟังแล้วเพลินๆสบายๆ

เสียงเบสจะให้มวลที่เยอะหน่อย แต่ไม่ได้ให้ impact ของเบสที่กระแทกกระทั้นมากมาย เบสที่ออกมาอยู่ในระดับกำลังดี มีการเดิน melody เบสได้ค่อนข้างโอเค แต่ถ้าเทียบกับ SR225 ที่เปลี่ยน PAD แล้ว ก็ยังสู้่กันไม่ได้ เพราะทางนั้นจะให้เบสที่มีรูปร่างที่ดีกว่า ส่วน image ของของ SR60 จะออกแนวใหญ่หน่อย ไม่ได้รวมตัว focus เป็นรูปร่างชัดเจนมากนัก แต่ก็ให้อารมณ์ของเบสที่ดี อย่างน้่อยๆ เบสก็เยอะกว่า SR80 แน่นอน

เสียงกลางโดยเฉพาะช่วงเสียงกลองจะให้รายละเอียดที่กำลังดี เสียงออกมาชัดใช้ได้ และมีรายละเอียดเวลาไม้กระทบลงหน้าหนังที่ชัดเจน ได้ยินเสียงหนังสั่นหน้ากลองสั่นกันชัดๆ แม้แต่กลองใหญ่ ยังได้ยินเสียงชัดเหมือนมีคนมาตีอยู่ตรงข้างๆเลยทีเดียว แต่กลองไม่ได้ตีกระแทกรุนแรงเหมือนกับของ HD650 นะครับ ช่วง impact ของกลองจะอยู่ในระดับกลางๆ ไม่แรง ไม่เบา ส่วนเสียงสแนร์ก็ชัดใช้ได้ แม้จะไม่ได้เป็นสแนร์ชัดๆคมๆ และปลายเสียงทอดตัวจนสุด แต่ก็อยู่ในระดับกำลังดี ไม่ได้ห้วนหายจนไม่น่าฟัง กระทั่งเสียงกีต้าร์ ก็ได้ยินเส้นเสียงพริ้วๆของสายกีต้าร์ได้ดี มีรายละเอียดของการสั่นในแต่ละเส้นที่ฟังได้ชัดเจน แต่ยังให้ส่วน dynamic impact ตรงจุดนี้ไม่ดีเท่าไหร่ ทำให้ยังขาดความสมจริงของไลน์กีต้าร์ และกินไปถึงไลน์เบสด้วย

ทางด้านเสียงสูงก็ออกไปทางใสนุ่มๆ ไม่บาดหู และไม่กรุ๊งกริ๊งกังวาล เสียงสูงจะเก็บตัวไวกว่าตัวอื่นๆเล็กน้อย เสียงสูงจะไปได้ไม่สุดเท่าไหร่ แต่ด้วยราคาค่าตัวของมันก็ถือว่าเก็บรายละเอียดได้โอเคแล้วครับ ถ้าจะเอาเสียงใสที่ดีกว่านี้ ในราคาพอๆกัน ก็คงต้องหันไปทาง Ultrasone HFI-450 แล้วก็ต่อแอมป์เพิ่มเอา ได้ใสกว่านี้แน่นอน




สรุปโดยรวมแล้ว ตัว SR60 ก็ถือเป็นหูฟังที่คุ้มค่าอีกตัวนึง แม้อารมณ์ของดนตรีจะให้ความสมจริงได้ไม่เท่ารุ่นพี่ แต่ถือว่าให้รูปแบบของเสียงที่ไม่หนีกันมาก ถ้าใครกำลังมองหา Full-size ในแบบ Open-Dynamic ที่ราคาไม่สูงมาก หรือกำลังก้าวข้ามมาเส้นทางของชาวกึ่งสำเร็จรูป ตัวนี้และ MS-1 ถือเป็นตัวที่เปิดประตูให้คุณได้รู้จักและคลุกคลีบริษัทสหพัฒนฯ ได้มากยิ่งขึ้่นครับ





SPEC

Tranducer type : dynamic
Operating principle : open air
Frequency response : 20-20
SPL 1mV : 98
Normal impedance : 32ohms
Driver matched db : .1

10 ความคิดเห็น:

angkul กล่าวว่า...

สวัสดีครับคุณ G7 พอดีตอนนี้ทาง AKG มี series ใหม่ออกมาครับ คือ AKG 420 แล้วราคาค่อนข้าวใกล้เคียงกลับ SR 60 เลย

เลยลังเลและมีคำถามเล็กน้อยครับว่า 2 ตัวนี้ตัวไหนจะให้รายละเอียดที่ดีกว่ากัน และบุคลิกของ AKG กับ GRADO นี่ต่างกันมากมั๊ยครับ

champ_korn กล่าวว่า...

พอดีมือใหม่ไม่เคยใช้ full size มาก่อนเลยครับ (ตอนนี้ใช้ iPhone + PL30) สนใจ Grado SR60 อยากถามคุณ G7 ว่าตัว SR60 (รวมถึง SR60i) สามารถต่อกับ iPhone ได้เลยรึปล่าวครับ แล้ว iPhone จะขับไหวไหม ต้องใช้ amp รึปล่าวครับ

G7 กล่าวว่า...

iPhone ขับ Fullsize ไม่ค่อยไหวครับ

ถ้าจะใช้กับ iPhone ยังไงก็ต้องพกแอมป์ครับผม

G7 กล่าวว่า...

ส่วน 420 กับ SR60 นี่

แล้วแต่การใช้งานครับ แถมเสียงก็ไม่เหมือนกันด้วยครับ


420 จะพกพาได้สะดวก เสียงจะออกโปร่ง จัดจ้านเล็กๆ และให้ image เล็ก

ส่วน SR60 จะให้เสียงที่นุ่มนวลกว่า image ใหญ่กว่า

ถ้าอยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ใช้ SR60 ดีกว่าครับ แต่ถ้าออกข้างนอกบ่อยๆ ใช้ 420 ดีกว่าครับ

ยกเว้นว่าไม่อายใคร จะใช้ SR60 พกพาก็ไม่ว่ากันครับ

champ_korn กล่าวว่า...

ขอบคุณมากครับคุณ G7 มีแอมป์ตัวไหนแนะนำมั้ยครับ ที่ราคาไม่แพงและเหมาะกับ SR60 ครับ ^^

G7 กล่าวว่า...

เอ...

แอมป์สำหรับ SR60 เหรอครับ


ก็อาจจะเป็นแอมป์ Penguin หรือไม่ก็ Thunderbolt น่ะครับ ราคาตัว Penguin น่าจะราวๆพันปลายๆ ส่วน Thunderbolt จะอยู่ราวๆ 3 พันกว่า ( ต้นๆ )

แต่ Thunderbolt จะช่วงส่งเสริมความสามารถของ SR60 ได้ดีกว่า Penguin ครับ

champ_korn กล่าวว่า...

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำดีๆครับ....IEM ตัวแรกที่ผมใช้ PL30 ก็เพราะอ่านรีวิวของคุณ G7 นี่แหละครับ ^^

champ_korn กล่าวว่า...

ในที่สุดผมก็ได้ SR60i มาไว้ในครอบครองแล้วครับ......ประทับใจครับ ^____^

G7 กล่าวว่า...

ดีใจด้วยนะครับ แล้วใช้กับแอมป์อะไรครับ

champ_korn กล่าวว่า...

สรุปว่าตอนนี้ต่อตรงครับ ยังไม่ได้ใช้แอมป์ครับผม ^^

ไว้อนาคตอาจจะลองตัว Thunderbolt ครับ

ขอแชร์ความรู้สึก (แบบผู้ด้อยประสบการณ์ครับ) แหะๆ

http://forum.munkonggadget.com/detail.php?id=18760