วันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

[Review] Monster Dielsel Vektr พัฒนาการใหม่ของ Fashion Headphone


Moster Diesel Vektr 

 

 


        นานๆจะมีหูฟังของ Monster หลุดมาให้ review ซักทีนึงนะครับ จริงๆเรื่องของ Monster นี่ มันทำให้ผมนึกถึงวันแรกๆที่ Monster เปิดตลาดหูฟังด้วย series Dr. Dre ซึ่งในเวลานั้นคนที่เล่นหูฟังทั้งหลายรวมถึงผมเองก็ไม่คิดว่า Dr.Dre จะดังได้ขนาดนี้ ถึงแม้ผมจะค่อนข้างชอบงาน design ของมันมากๆ แต่เมื่อแรกที่ได้ลองฟังก็ต้องบอกผ่านไป เพราะอุดมไปด้วยเบสในชนิดที่คนที่มาทางสาย Audiophile จริงๆจะไม่คิดหยิบมาใช้แน่นอน และก็ไม่คิดว่ามันจะขายได้ เพราะด้วยราคาที่เทียบเท่าหูฟังระดับ Hi-End ในช่วงนั้น ซึ่งคนที่จะซื้อหูฟังราคาระดับหมื่นได้ก็ต้องเล่นหูฟังมาพักใหญ่ๆถึงกล้าจะซื้อ ในขณะที่มือใหม่ช่วงนั้นนี่เลิกคุยได้เลย แต่พอมายุคนี้ Brand Dr.Dre กลายเป็นชื่อที่คนติดหูติดตามากที่สุด จนโดน HTC ซื้อเอาไปในที่สุด  และทุกวันนี้ Dr.Dre ก็กลายเป็นหูฟังที่กำหนดทิศทางงาน Design ของหูฟัง เหมือนที่ Apple ออก iPhone มาจนมือถือปัจจุบันกลายเป็น Smart Phone กันไปหมด
                แน่นอนว่าหลังจาก Brand Dr.Dre หลุดไปแล้ว ทาง Monster ก็ต้องออก Series ใหม่เพื่อมาทดแทนช่องว่างที่ขาดหายไป ดังนั้นจะเห็นว่าปีนี้ Monster เปิดตัวออกมาหลายรุ่น ตั้งแต่ถูกๆอย่าง N-ergy มาจนถึงรุ่นไฮโซอย่าง Diamond Tear และรุ่นที่จะมา review วันนี้  Diesel Vektr ( อ่านว่า ดีเซล เวคเตอร์ นะครับ )







ภายนอก


            Diesel Vektr มาในรูปแบบงาน Design แบบที่เรียกว่า “Diamond Cut” ซึ่งถ้าใครเล่นมือถือมาก่อน พอเห็น Diesel Vektr ก็จะนึงถึงมือถืออันโด่งดังในอดีตอย่าง “HTC Diamond” ทันที ลักษณะงานดีไซน์ที่เป็นเหลี่ยมตัดคล้ายกันมากทีเดียว ด้านในของ PAD แต่ละข้างจะมี Logo ของ Diesel วางบนพื้นสีเหลืองซึ่งให้อารมณ์ที่ดู Sport และแปลกตามากๆ
 รูปแบบกล่องก็ยังคงเป็นสไตล์เดียวกันกับ Dr.Dre Solo นะครับ งาน Packaging ยังดูดีเหมือนเดิม ส่วนตัวหูฟังเองใช้วัสดุแบบ Glossy เหมือนพวก Solo และ Studio แต่ให้ความรุ้สึกว่างานดีกว่า ดูแล้วแข็งแรงกว่าและตัวพลาสติกเหมือนจะเหนียวกว่าพวก Solo ธรรมดาด้วยครับ เพราะผมเคยมีประสบการณ์หักคามือกับตัว Solo มาแล้ว ในขณะที่ของ Diesel Vektr ดูเหนียวกว่า ผมลองบิดก้านเล่นไปมา แต่ไม่กล้าบิดเยอะนะครับ เพราะเค้าให้ยืมมา review ซึ่งเท่าที่บิดก็ถือว่าทนทานมาก ไม่เปราะเหมือน Solo ตัวธรรมดาแน่นอน
                งาน Design ผมว่าดูสวยกว่า Solo เยอะครับ ยิ่งถ้าจับมาเทียบกันแล้ว ตัว Diesel Vektr ดูมีสง่าราศีกว่าเยอะเลย อาจจะเพราะ Solo เป็นอะไรที่ชินตากันมากแล้วมันเลยดูไม่ค่อยโดดเด่นเหมือนสมัยก่อน ส่วนการใส่ก็ใส่สบายเหมือนเคยครับ ตัว PAD จะกระชับเข้ากับใบหูและซีลจนกันเสียงภายนอกได้ในระดับนึงเลยทีเดียว คล้ายๆกับที่ Solo ทำได้ คือทำให้เกิดอาการแบบ Noise Cancelling ในทันทีที่ใส่ อันนี้จะแพ้ Solo นิดนึงตรงที่ทางโน้นจะกันเสียงได้ดีกว่าเล็กน้อย แต่ตัว Ear Cup ของ Diesel Vektr จะคลุมเต็มใบหูกว่าของ solo เยอะครับ เพราะช่วง Design ที่ให้ลักษณะแบบวงรี ในขณะที่ของ solo จะเป็นสไตล์แบบวงกลมครับ ตัว Diesel Vektr เลยตรงตามสรีระของหูเรามากกว่าเลยปิดได้เยอะกว่า เห็นผมบอกว่าเป็นลักษณะแบบวงรีไม่ใช่ว่ามันเป็นทรงวงรีนะครับ เพราะมันจะเป็นลักษณะเหลี่ยมตามรูปแบบของหูฟัง เพียงแต่ภาพรวมของมันให้สไตล์ไปทางวงรีก็เท่านั้นเอง
                ตัวสายยังคงถอดได้เช่นเคย แต่เปลี่ยนแจ๊คให้มาเป็นเหลี่ยมๆเพื่อให้เข้ากันงานดีไซน์ของหูฟัง โดยรวมผมค่อนข้างจะชอบมากกว่า solo ครับ ยกเว้นเรื่องของกระเป๋า จริงๆน่าจะเป็น Hard Case ได้แล้ว แต่ยังใช้แบบ Soft Case เหมือนเดิม ทำให้ผมไม่ค่อยกล้าจะพกไปฟังที่ไหน เสียวเวลาโดนกดโดนทับเยอะๆแล้วมันจะหักเอา ถ้าจะให้ดีต้อง Hard Case ของ UDG มาใส่แทน จะดีที่สุดครับ




เรื่องของเสียง

แน่นอนว่า การถือกำเนิด Vektr ขึ้นมาก็เพื่อจะทดแทนส่วนที่หายในด้าน Semi-Fullsize ซึ่งเป็นในส่วนของ solo ที่หลายๆคนรู้จักกันดี ดังนั้นจะทำทั้งทีก็ต้องให้ดีกว่าของเดิม คุณภาพเสียงของ Vektr จึงแตกต่างจาก solo อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเบสที่ไม่บวมไม่ครางอีกแล้ว จริงๆตระกูลของ Dr.Dre และ Monster ในทุกๆรุ่น จะขึ้นชื่อเรื่องเบสเป็นหลัก นับตั้งแต่ Turbine ไปยัน Studio ที่เยอะจนล้นทุกอันแต่ฟังแล้วมันส์หู มาคราวนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ เพราะ Vektr ให้ความบาลานซ์ของเสียงที่ดีกว่าเดิม คล้ายๆกับ Turbine ที่พอเป็น Turbine Gold ก็ให้เบสที่เปลี่ยนไป เพราะความเยอะ ความล้นลดลงและได้บาลานซ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น
                เบสของ Vektr ยังคงให้ impact ที่ดีตามสไตล์ของ Monster แต่มวลเบสไม่เยอะ เนื้อเบสชัดขึ้น น่าเสียดายตรงรูปร่างของเบสยังไม่ดีเท่าไหร่ และ Focus ในส่วนเบสยังดูไม่ชัดเจนมากนัก แต่ก็ให้ความรุ้สึกที่ดีกว่าของ Solo และ Solo HD ครับ ในช่วง deep bass พอมีให้รู้สึกได้บ้าง แต่ลดลงจากพวก Solo อย่างเห็นได้ชัด
                เสียงกลางจะออกเล็กและติดแหลมบ้างเล็กน้อย เสียงค่อนข้างชัดมากๆ แต่ image เล็กหน่อย และให้มิติที่ถอยออกไปจากหัวเราไปค่อนข้างไกล การ Focus image เสียงกลางทำได้ดีขึ้นกว่าตอนที่เป็น solo HD ด้วยซ้ำ แต่โดยส่วนตัวผมรู้สึกว่ามันเล็กและบางไปนิดนึง ทำให้ฟังเพลงบางเพลงได้ไม่เพราะ แต่เพลงที่อัดมาแบบที่เน้นเรื่องมิติกับ soundstage ตัว Diesel Vektr จะ match ด้วยมากๆครับ ส่วนพวกกลองก็หวดได้แน่นดีครับ แต่จะไปเด่นที่หัวโน้ตมากกว่าได้รายละเอียดของเนื้อกลองแบบเต็มๆฃ
                เสียงสุงชัดเจนดีมากครับ และให้รายละเอียดได้ดี การไล่เสียงจากซ้ายมาขาว หรือ ขาวมาซ้าย ก็ไล่ไปมาได้ครบถ้วนไม่มีช่วงขาดตอน แต่เสียงสูงจะติดออกแผดนิดๆ ออกโทนใสสว่างๆ ไลน์กีต้าร์ได้ยินชัดเจน แต่หัวโน้ตยังไม่โดดเด่นจนได้ยินเสียงกรีดลงบนสายแต่ละเส้น ซึ่งจริงๆหูฟังระดับราคาประมาณนี้ควรจะทำได้ แต่ก็อย่างว่าครับ อันนี้เป็นหูฟังทางสายแฟชั่น แถมยังเป็น semi-fullsize ด้วย ให้เสียงได้ขนาดนี้ถือว่าโอเคแล้วครับ
                จุดที่โดดเด่นมากๆของ Diesel Vektr คือเรื่องของมิติและ soundstage ครับ ถ้าใครเคยฟัง Solo จะรุ้สึกอึดอัดที่มีเสียงมามะรุมมะตุ้มใกล้ๆ เบสบึ้มๆ หรือถ้าเป็น Solo HD ถึงแม้จะถอยออกไปบ้าง แต่เบสก็ยังจัดว่าหนักหน่วงจนรู้สึกอึดอัด แต่ Diesel Vektr ทำให้ soundstage ออกกว้างไปมากขึ้น และดึง image ต่างๆ ถอยหลังออกไปหลังหัวเรา และไปได้ค่อนข้างลึกทีเดียวครับ
            ภาพรวมของ Diesel Vektr ถือว่าทำออกมาได้ผิดคาดจากที่ผมคิดทีเดียว ให้ความรู้ดีกว่าสมัยที่เป็น Solo HD พอสมควร อาจจะเพราะโดยปรกติผมก็ไม่ได้ชอบเบสอะไรมากมายอยู่แล้ว เพราะผมจะชอบความบาลานซ์ของเสียงมากกว่า พอเจอ Vektr เลยรุ้สึกดีกว่า solo HD แนวก็ฟังเพลงก็หลากหลายกว่า แต่เพลงที่อัดมาแย่ๆ หรือเพลงที่อัดเสียงร้องมาเล็กๆนี่จบเลยครับ แต่น่าแปลกคือเพลงเก่าๆอย่างของค่ายนิธิทัศน์ หรือ แกรมมี่ ชุดเก่าๆ  ถ้าฟังกับหูฟังอื่นๆจะรู้สึกไม่เข้าท่า ฟังไม่ได้ แต่พอเป็น Diesel Vektr มันกลับให้อารมณ์เหมือนได้ฟังจากลำโพง และทำให้นึกถึงเรื่องราวย้อนไปในอดีตในสมัยที่เพลงเหล่านั้นเปิดกันทุกที่ ทุกวี่วัน จนผมฟังจนเอียนไปเลยทีเดียว ตรงนี้ถือเป็นจุดที่ทำให้ผมชอบ Diesel Vektr มากๆเลย คือบางทีหูฟังที่ดีมากๆ มันกลับไม่ให้ Feelin’ ไปถึงวันเก่าๆได้ แต่หูฟังที่ดีระดับกลางๆหลายตัวกลับให้ได้ และยิ่งงานของ Vektr ทั้ง design และ วัสดุ รู้สึกดีกว่า Solo HD ที่มีการปรับปรุงซะอีก ทำให้มันน่าใส่ น่าใช้ และน่าพกพากว่าเยอะครับ  ใครกำลังหาหูฟังสวยๆ เสียงใช้ได้ พกง่ายและไม่ต้องลุ้นมันหัก เล็งตัวนี้ใว้ในใจได้เลยครับ




4 ความคิดเห็น:

Patiparn Porjai กล่าวว่า...

อยากให้ review หูฟัง AKG Q460 หน่อยได้ไหมอ่ะครับ

G7 กล่าวว่า...

Q460 ยังไม่เคยได้ฟังเลยครับ และไม่เห็นมีใครจะเห็นใจส่งมาให้ review ด้วยสิครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

.... อาจไม่เกี่ยวเท่าไหร่นะครับ

ถ้าไม่ข้อจำกัดใดๆเลย
หูฟังตัวไหนเหมาะกับเพลงคลาสสิคที่สุด
.. ขอบคุณครับ

G7 กล่าวว่า...

ถ้าไม่มีข้อจำกัดใดๆ หูที่เหมาะกับเพลง Classic

- AKG K701
- Stax SR4070
- Audio-Technica W5000

จริงๆมีอีกเยอะครับ แต่เอามาคร่าวๆก่อน โดยส่วนตัวผมจะชอบ Stax ที่สุดครับ เพราะให้คุณภาพเสียงได้ครบที่สุด ลองลงมาก็ K701 ครับ