วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Review หูฟัง Soundmagic PL-30

Soundmagic PL-30



บริษัทที่ทำ soundmagic ปรกติเป็นมือปืนรับจ้างผลิตหูฟัง by order ครับ ซึ่งหูฟังอย่าง PL12 ก็ถูก Order จากทาง crossroad มาก่อน และกลายมาเป็นหูฟังยอดฮิตที่รู้่จักกันดีอย่าง crossroad mylarone X3 นอกจากบริษัทเกาหลีอย่าง crossroad จะสั่งแล้ว บริษัทที่อินโดนีเซียรู้สึกจะชื่อ dBl หรือไงนี่แหละครับ ก็สั่งตัว PL12 เช่นกัน แต่ผมจำชื่อรุ่นไม่ได้แล้วล่ะ ข้อมูลก็ไว้ไหนไม่รู้หาไม่เจอ แต่หลังๆเห็นว่าทาง crossroad จะย้ายไปจ้างเจ้าอื่นผลิต ซึ่งกลายมาเป็น X3i อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ทาง soundmagic ก็เลยทำหูฟังขายเองซะเลย


ดูจากงานประกอบภายนอก บอกตามตรงตอนที่เห็นครั้งแรกในรูปถ่ายนี่... ให้ฟรียังคิดดูก่อนเลยครับ แต่พอได้จับของจริงปั๊บ... รู้สึกมันดูดีขึ้นมาหน่อยเลยทีเดียว เพราะมันเก็บงานได้เนี้ยบดีครับ ของแถมก็ให้มาเพียบ แบบว่า เปิดกล่องมาปุ๊บ ผมงี้ตกใจเลย ลำพังแค่จุกยางก็ให้มาอย่างละ 3 สี สีและ 3 ขนาด ไหนจะที่พันสาย ไหนจะ Pounching ที่คุณภาพใช้ได้ ดูแข็งแรงทนทาน ก็ถือว่าให้ของแถมมาค่อนข้างสะใจเลยครับ แต่ติดอยู่นิดเดียว ตรง Design หูฟังนี่แหละครับ มันแบบว่า ออกแนวขี้เหร่มากกว่าดูดีน่ะ คือถ้าเปลี่ยนตรงจุกบิดปรับเบสไปเป็นอย่างอื่นที่มันดูสวยๆหน่อย มันจะเป็นหูฟังที่ดูดีขึ้นมากครับ นี่ผมลองเอาให้คนรู้จักผมดู ส่วนใหญ่จะหัวเราะเยาะใส่ เพราะมันดูกระจอกมากๆ แต่พอได้ลองเสียงปั๊บ พากันนิ่งทุกคน พอถอดออกมาก็ถามราคากันใหญ่ ก็อย่างว่า เสียงมันคุ้มกับราคาจริงๆ ฟังแล้วดีไม่มีขี้เหร่




ตัว Body หูฟังเป็นพลาสติกน้ำหนักค่อนข้างเบาครับ แต่ดูแล้วแข็งแรงทีเดียว ความแข็งแรงคิดว่าพอๆกับ x3 นั่นแหละครับ ตัวที่ผมได้มาเป็นสีบรอนซ์แบบ Metalic เคลือบเงาสีคล้ายๆีสีรถยนต์นั่นแหละครับ แต่ผมคิดว่าคงใช้สีสเปรย์ธรรมดานี่แหละพ่น แต่เกล็ดสีมันดูละเอียดดีก็คงเป็นสีคุณภาพดีหน่อยน่ะครับ ตัวสายแข็งแรงพอสมควร ไม่เล็กไม่ใหญ่ พูดง่ายๆคือ สายเหมือน X3 นี่แหละครับ แต่แจ็คไม่เหมือน เพราะแจ๊คของ PL30 สามารถเสียบต่อตรงๆกับ iPhone ได้เลย น่าจะถูกใจคนที่พก iPhone ด้วยน่ะครับ

จุดสำคัญอีกอย่างของ PL30 ที่ไม่เหมือนหูฟังตัวอื่นๆคือ มันมีตัวปรับเร่งเบสครับ เอาไว้สำหรับคนที่คิดว่าเบสที่ฟังอยู่มันไม่พอ ก็สามารถบิดปุ่มหมุนตรงหูฟังเพื่อเร่งให้เบสกระหึ่มมากขึ้นได้โดยสะดวก ตัวปุ่มบิดเพิ่มเบสอาจจะหมุนยากนิดนึงเพราะปุ่มมันเล็ก แต่จังหวะการบิดใช้ได้เลยครับ เพราะเวลาบิดมันจะเหมือนมีเฟืองล๊อคในแต่ละจังหวะการบิด ไม่ได้เป็นแบบปุ่มหมุนฟรีลื่นปรี๊ดน่ะครับ เรื่องปุ่มปรับเบสเนี่ย ตอนแรกผมเข้าใจว่ามันจะสามารถปรับเบสได้แบบละเอียดหลายระดับ แต่เอาเข้าจริงๆมันดันปรับได้แค่ 2 ระดับ คือ เบสปรกติ กับเบสตรึม ซึ่งถ้าให้ผมแนะนำนะครับ อย่าไปบิดมันเลยจะดีที่สุดครับ เพราะลำพังเบสดั้งเดิมที่มากับหูฟัง มันก็ไม่ธรรมดาแล้วครับ ถ้าไปปรับมันอีกจะกลายเป็นเบส เหนือมนุษย์ไปเลยครับ







ทีนี้มาว่ากันเรื่องเสียงบ้าง


ตัว PL30 จะมีนิสัยเสียแบบเดียวกับ X3 คือ จุกเดิมๆมันจะให้เสียงที่แย่มาก ต้องใช้จุก UE เท่านั้นถึงจะแสดงศักยภาพได้เต็มที่ แถมก่อน burn เสียงเบสมันจะกวนหน่อยๆ กลางจัดติดจัด และ image โดยรวมมันจะเบลอๆนิดๆ แถมยังแยกชิ้นดนตรีได้ไม่ดีเอาด้วย เลยต้องมาเผาที่ราวๆ 100 - 150 ชั่วโมง ซึ่งถ้าฟังเพลงปรกติก็ใ้ช้เวลาราวๆ 150-200 ครับ แค่ถ้าเล่นลูกสูตรก็จะอยู่ที่ 100 ชั่วโมง เสียงทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ขึ้น

ซึ่งถ้าเทียบกับ X3 ตัว PL30

- เสียงกลาง ตัว PL30 จะให้เสียงกลางที่ชัดกว่า แน่นกว่า และให้รูปร่าง image ที่เป็นตัวเป็นตนกว่า ตัวหัวโน้ตอย่างเสียง impact กลองจะใกล้ๆกัน แต่เนื้่อและ detail ของกลอง ตัว PL30 จะทำได้ดีกว่า ชัดเจนกว่า
- เสียงสูง ตัว PL30 จะชัดกว่า และปลายเสียงไปได้ไกลกว่า ให้ detail ที่ดีกว่า โดยเฉพาะเสียงจากแฉ จะเห็นเลยว่าตัว PL30 ชัดกว่าเยอะ และให้ image ใหญ่กว่า
- เสียงเบส ตัว PL30 เยอะกว่าแน่นอน ให้ middle เบสที่หนาและแน่น รูปทรงโอเค แต่ผมว่า image เบสของ X3 ให้รูปร่างที่ดูดีกว่า เพราะ PL30 มันหนาไปนิดเพราะมวลตรงช่วง mid จะเยอะ
- มิติโดยรวม ตัว PL30 จะให้ความรู้สึกโอบล้อมกว่า โอ่โถงกว่า เพราะให้ image ที่ใหญ่กว่าและมิติเสียงกลางที่ลึกว่า ในขณะที่ตัว X3 จะไปเน้นเรื่อง soundstage มากกว่ามิติเสียงกลางทำให้รู้สึกว่าแบนกว่า Pl30 อยู่บ้าง

ดังนั้น ถ้าพูดกันเฉพาะเรื่อง dynamic โดยรวม ตัว PL30 ย่อมเหนือกว่าครับ ตัว XB ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยครับ แต่ถึงเสียงมันจะดีกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าต้องชอบมากกว่านะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่เพลงและความชื่นชอบโดยส่วนตัวครับ




คราวนี้มาพูดถึง PL30 ล้วนๆ...


เสียงกลางของ PL30 ถือว่าทำได้ดีจนน่าแปลกใจเลยครับ ยิ่งเพลงไหนที่อัดมาดีๆยิ่งแสดงความสามารถได้ชัดเจนครับ มีการ focus image ได้ดีมาก เรียกว่ารู้สึกถึงตัวตนของชิ้นดนตรีนั้นๆโดยเฉพาะเเสียง Vocal เป็นหูฟังที่ค่อนข้างเด่นในแง่ของ image เสียงร้องเอามากเลยทีเดียว เพราะร้องได้ชัด และมีความเป็นตัวตนสูงแถมยังให้มิติที่ดีด้วย ไม่ได้เป็นเสียงร้องชัดๆแบบแบนๆ ยิ่งเพลงที่มีนักร้องที่ร้องพร้อมๆกันหลายๆคนและ mix มาดีๆ จะเห็นได้ชัดเลยว่า แต่ละคนมีตำแหน่งการร้องที่ชัดเจน และแยกแยะได้เด่นไม่คาบเกี่ยวทับกัน ซึ่ง IEM ระดับราคาไม่ถึงสองพันที่ทำได้ขนาดนี้นี่หายากนะครับ

เสียงกลองของ PL30 ให้ impact ได้ดีแบบไม่เสียยี่ห้อผู้ผลิตเดิมของ X3 เพราะให้ imapct กลองเหมือนๆ x3 เลย เพียงแต่มีความคมติดแถมมาด้วย ทำให้เสียงสแนร์ชัดขึ้น และด้วยความสามารถส่วนตัวที่แยกชิ้นดนตรีได้ดี ทำให้เสียงกลองแยกตัวออกมาได้ชัดเจน สัมผัสได้ดี แม้จะเจอเพลงโหดๆอย่าง Through the fire and flames ก็ยังสามารถแยกเสียงกลองหลุดออกมาจากเสียงของกีต้าร์ได้ แถมยังแยกเด่นออกไม่ได้รวมอยู่ในช่วงเดียวกับมิติของกีต้าร์ด้วย ทำให้ฟังได้ง่าย และรับรู้ได้ชัดเจนถึงตำแหน่งกลองและความสมจริง โดยเฉพาะเพลงที่อัดมาดีๆ ความใสของเสียงสแนร์ผมว่า X3 จะใสกว่านิดนึง แต่เนื้อและความแน่นยังไง PL30 ก็เหนือกว่าอยู่ดี


เสียงสูงของ PL30 ทำได้ชัดเจน ใส ให้ impact ได้ดี ปลายอาจจะไม่พริ้วหวานเหมือนหูฟังตัวอื่นๆที่ระดับราคาแพงๆ แต่คุณภาพความชัดเจนของเสียงสูงถือว่าดีกว่าเพื่อนๆที่อยู่ในระดับราคาพอๆ กัน เสียงของกีต้าร์จะออกทึบนิดๆ แต่ก็ยังให้จังหวะการกรีดลงบนสายกีต้าร์ได้ชัดเจน แม้จะยังสู้ MX90vc ไม่ได้แต่ก็ทำได้ดีกว่า X3 เยอะ เพราะให้เนื้อและความหนักแน่นที่ดีกว่า จุดเด่นที่เห็นชัดน่าจะเป็นส่วนของ ไฮแฮทที่ชัดเจนมาก รับรู้จังหวะเคาะและการเหยียบกระเดื่องไฮแฮทได้ดี แต่การแยกแยะเสียงของแฉในการตีแต่ละส่วนบนฉาบถือว่าทำได้ดีแค่ในระดับนึง คือแยกแยะพอได้และรับรู้ได้ เสียงชัดคมใส แต่การถ่ายทอดน้ำหนักที่บอกถึงความหนาความแน่นของเนิ้อใบฉาบแต่ละส่วนมันยัง ถ่ายทอดได้ไม่ละเอียดนัก ซึ่งก็ตามราคาแหละครับ จะให้ดีเท่าพวกแพงๆมันก็เป็นไปได้ยาก อย่างน้อยๆก็ทำได้ดีกว่า X3 ล่ะครับ


เสียงต่ำที่เป็นจุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้ก็ทำได้ดีครับ แม้รูปร่างเบสจะไม่เป็นตัวตนที่ดีเหมือนหูฟังแพงๆ แต่ก็ให้ image ที่ดีกว่าพวก CX400 และ CX500 แน่นอนครับ ในขณะที่ความหนาและมวลเบสใกล้เคียงกับพวกนั้นเลยทีเดียว ช่วง impact เบสถือว่าให้ได้ดีมาก แต่ด้วยความที่มวล middle เยอะไปหน่อย ทำให้ image เบสไม่ได้เป็นลูกออกมาโดดเด่น ทั้งๆที่การแยกของเบสก็ถูกแยกออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพวกเบสที่เป็นเบสสังเคราะห์ จะรู้สึกถึงความหนาของเบสได้เด่นชัดเจนทีเดียว ความหนาจะกินกระทั่งไปถึงกีต้าร์เบส แต่ก็ไม่ได้บวมเบลอเหมือน CX300 เพราะยังให้รายละเอียดของไลน์เบสที่ชัดเจน ยังพอจับสัมผัส Melody เบสได้สบายๆ แต่ถ้าเป็นเบสที่แยกออกมาอย่าง Drum Bass ก็จะออกแต่ impact กับ middle ทำให้รูปร่างเบสค่อนข้างดีและแน่นชัด ฟังแล้วสนุก

Middle จะค่อนข้างหนาและแน่น น่าจะหนากว่า XB ด้วยซ้ำครับ แต่ระดับ impact ใกล้เคียง XB เลยทีเดียว ลองนึกภาพถึงเบส XB แต่มีตำแหน่งของตัวเองที่ชัดเจน ไม่ขึ้นไปกวนย่านอื่น และมีครบทั้ง impact mid และ deep พูดง่ายๆคือ ผมว่าคุณภาพเบสดีกว่า XB พอสมควรเลยทีเดียว ( เทียบจาก XB protoype ) การไล่ตัวของ melody เบสก็ทำได้ดีต่อเนื่องและชัดเจน ความไล่ลื่นและจังหวะการทอดตัวจาก mid ลงไปสู่ deep อาจจะยังสู้่ยี่ห้ออย่าง Shure โดยเฉพาะพวก E5 และ SE530 ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีเหมาะสมกับระดับราคาของตัวเองแล้วครับ

มิติของ PL30 จะให้ความรู้สึกถึงความลึก ความกว้าง แต่จะออก dark นิดๆ ซึ่งปรกติหูฟังที่เบสเยอะๆมักจะ dark เกือบทุกตัวแหละครับ มิติเสียงกลางทำได้ดีเลยทีเดียว เพราะทำได้ลึกกว่าของ X3 และ image ที่อยู่ช่วงปลายๆของมิติเสียงกลางก็ยังได้ยินชัดเจน ไม่มีอาการบาง soundstage ก็กว้าง และยังให้มิติโอบไปถึงด้านหลังหัวด้วย แต่จุดที่แปลกก็มีบ้างอย่าง image ชิ้นดนตรีที่อยู่ล้อมรอบหัวเราเวลาฟังเพลง บางเพลงจะรู้สึกว่า image ของชิ้นดนตรีที่โอบล้อมอยู่มันจะแบนๆ และติดเบลอนิดๆ ทำให้ชิ้นดนตรีที่อยู่ใกล้ๆเราหน่อย โดนเฉพาะเสียง vocal มันดูเด่นชัดมากขึ้น ในขณะที่บางเพลงก็ไม่เป็นแบบนั้น ตรงนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกันครับ คิดว่าอยู่ที่ปัจจัยหลายๆอย่างรวมๆกันทำให้เกิด Effect ดังกล่าว ซึ่ง ถ้าไม่จำผิดและไม่คิดอะไรมากก็ไม่รู้สึกครับ

ที่สำคัญ มักแยกชิ้นดนตรีได้ดีเอามากๆครับ แยกได้ค่อนข้างขาดเลยทีเดียว ใกล้เคียงกับที่ Shure E3C ทำได้ และแยกแยะได้ดีกว่า X3 ด้วย ซ้ำ ชิ้นดนตรีของข้างมีตำแหน่ง จุดยืนที่ชัดเจน ไม่มีอาการเกยกันของเสียงให้รู้สึกรำคาญ ฟังแล้วสบายใจไม่หงุดหงิดเหมือนหูฟังบางยี่ห้อและบางรุ่น

โดยรวมถือเป็นหูฟังที่ให้มิิติที่ดี เบสดี กลางดี เสียงสูงกำลังดี ฟังง่ายไม่บาดหู โดยเฉพาะคนที่ชอบเบสจะชอบตัวนี้ได้ง่ายๆ ให้เสียงได้ค่อนข้างครบทุกย่าน แถมยังใส่ค่อนข้างสบาย ไม่เจ็บหู ลักษณะการใส่จะคล้ายๆกับของ Westone UM1 กับ UM2 และ Shure อย่าง SE530 คือใส่แล้วมันจะพอดีกับหูเรา ทำให้ใส่นอนได้ให้เสียงด้วย ผมลองใส่นอนตะแคงดูแล้ว ฟังเพลงสบายเลยครับ ถือได้ว่าเป็นหูฟังที่คุ้มค่ากับราคาอีกตัวนึงเลยทีเดียว ถ้าใครอยากได้เสียงแบบ X3 แต่อยากให้มันดีขึ้นกว่านั้น หรือ ใครกำลังมองหา X3 อยู่ หรือกำลังหาหูฟังราคาไม่แพแต่ให้เสียงที่คุ้มและครบครัน ผมว่าตัว PL30 น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจครับ


ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมลองฟังก่อนซื้อเสมอนะครับ ไม่งั้นจะเสียใจ








SPEC


9mm drivers
102 +/-3dB/mw sensitivity
12ohm impedance
20-22K Freq. Resp.
20mw max input/2mw rated power

More details, Natural reproduction
Comfortable fit
Adjustable bass response
No microphonics with over the ear design
Up to -20dB Ambient noise rejection








7 ความคิดเห็น:

lightfellow กล่าวว่า...

โดยรวมมันจะเบลอๆนิดๆ แถมยังแยกชิ้นดนตรีได้ไม่ดีเอาด้วย


เห็นด้วยคับ แต่ไม่ได้ฟังตอนเบิร์นแล้ว
พอฟังจริงอืม ผมว่ามันไม่เหมือนคำล่ำลือเลย
ไปลองที่ร้านคุณ mr.toyota

champ_korn กล่าวว่า...

ส่วนตัว ค่อนข้างประทับใจ PL30 ครับ
โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับราคาที่ไม่แพง (ได้มาจาก Dealer ราคาถูกลงไปอีก ^^) แต่ฟังแรกๆก่อนเบิร์นรู้สึกว่าเบสมาน้อย ตอนนี้เบิร์นมาได้ปรมาณ 50 ชม. เสียงเริ่มดีขึ้นครับ เบสฟังสนุก กลางชัดและนุ่ม เพลงที่มีการร้องประสานเสียงหลายคน เสียงออกมาดีมาก เสียงไฮ-แฮท, แฉ ชัดเจนและคม รวมๆแล้วฟังเพลินเลยครับ คุณภาพเกินราคา ^_____^

ปล. ความเห็นส่วนตัวนะครับ จริงๆแต่ละคนชอบไม่เหมือนกัน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

PL50 ใส่จุกยาง UE

กลับ จุก Comply Foam รุ่น T-400 และ T-500

มันจะแตกต่างกันมากมั้ยครับ

ใส่ UE อยู่รู้ สึกเบสจะไม่ค่อยออกรึยังเบริน ไม่ถึง รึไง

ไม่รู้ครับ

ปล.ขอโทษนะครับ

หน้านู้นเข้าไม่ได้ ครับเลยขอรบกวนหน้านี้

G7 กล่าวว่า...

PL50 ใส่จุก UE ก็ได้นะครับ ไม่น่าจะเบสน้อยด้วย

แต่ถ้าให้ดีใส่ Comply ก็ได้เหมือนกันครับ


ส่วนตัวหัว PL50 ต้องเป็นสมาชิกถึงเข้าได้ ไม่รู้จะแก้ยังไงเหมือนกันครับ

Rachit กล่าวว่า...

สอบถาม2เรื่องครับว่า..
1.ตัวpl30ถ้าจะใช้จุก UE ต้องใช้จุกรุ่นอะไรครับ
2.ส่วนตัวpl30ถ้าใช้กับ headphone amp จะช่วยให้เสียงดีขึ้นกว่าเดิมรึเปล่าครับ (ถ้าใช่อยากให้แนะนำ amp ที่เข้ากันด้วยได้ไหมครับ)

G7 กล่าวว่า...

จุก UE รุ่นที่ใช้กับ Super.fi 5 pro และ Triple.fi 10 pro น่ะครับ พูดง่ายๆก็คือจุก UE ที่มีขายทั่วไปนั่นแหละครับ เพราะจุก UE ที่ใช้กับ Super.fi 4 หายากกว่าอีกครับ

แต่ผมว่าจุก UE จุกเล็กสุดจะให้เสียงที่ลงตัวกว่าจุกกลางที่เค้าถือว่าเป็นจุกเทพซะอีกครับ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

http://g7-g7.blogspot.com/2009/06/review-soundmagic-pl50.html
เข้าไปตามลิงค์นี้ได้เลยครับ สำหรับ pl50