วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2551

iPOD VDO Gen 5.5 V.S iPOD Classic

iPOD 5.5G V.S. iPOD Classic




http://ecx.images-amazon.com/images/I/41Pi%2BhKqouL._SL500_AA280_.jpghttp://brianalexander.files.wordpress.com/2008/08/ipod-classic-headphone.jpg



ตอนที่ผมเห็นรูปครั้งแรกๆนั้น ถ้าพูดกันเฉพาะในแง่ของ Design ส่วนตัวผมค่อนข้างเฉยๆมาก ไม่รู้สึก impact เหมือนเมื่อครั้งที่ iPOD ออกตัว VDO ใหม่ๆ อาจจะเป็นเพราะว่างาน Design ล่าสุดเอามาจากตัว iPOD Mini , Shuffle และ Nano ทำให้ผมไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นกับสไตล์แบบ Metallic ผมออกจะเสียดายสีขาวที่ผมรักด้วยซ้ำ ไม่มีสีขาวมันก็เหมือนไม่ใช่ iPOD เท่าไหร่ เพราะสัญลักษณ์นอกจาก Click Wheel แล้ว สำหรับผมก็คือ “สีขาว” นี่แหละครับ ว่ากันตรงๆ จากงาน Design ที่เห็น ไม่ได้สร้างแรงจูงใจในการซื้อให้กับผมเลยแม้แต่นิดเดียว ตรงข้ามกับ iPOD Touch ที่หลายๆคนบอกว่า apple เล่นง่าย เอา iPhone มาตัดโทรศัพท์ออกแล้วขายใหม่ แต่ผมเห็นว่า มันคือ iPOD G6 ที่ควรจะออกมาได้นานแล้วครับ และจริงๆควรจะออกมาก่อน iPhone ด้วย ถ้าไม่ติดที่กระแสของ iPhone แรงกว่า และ Steve Job สนใจจะบุกตลาดมือถือมากกว่า ตัว iPOD Touch ก็คงจะให้โลกได้ยลโฉมกันนานแล้วครับ



ถึงแม้ผมจะไม่ได้สนใจในตัว iPOD Classic เลย เพราะคิดว่า iPOD VDO ที่ตัวเองมีมันก็พอเพียงแล้ว แต่ว่า กระแสของมันแรงเอามากๆครับ โดยเฉพาะใน website ทางเมืองนอกก็พูดให้หนาหูว่า “เสียงมันดีกว่า iPOD Photo และ VDO” เล่นจุดประกายของผมให้ตาผึ่งตาม ( พอดีผมอ่านเอาไม่ได้ฟัง หูเลยไม่ผึ่ง ) เพราะทุกวันนี้ผมและหลายๆคนก็ยังเชื่อว่า iPOD ใน series ที่เสียงดีที่สุด น่าจะเป็น iPOD G4 ที่เป็นจอขาวดำ แต่ใน website หลายๆ web ต่างพากันบอกว่า ตัว Classic น่าจะให้เสียงดีที่สุดในบรรดาทุก generation ที่ apple ทำออกมา ผมจึงเร่งรีบเดินทางตามหา iPOD Classic มาลอง



ก่อนหน้าที่จะไปฟัง ผมได้ลองถามความคิดเห็นของเพื่อนที่เค้าได้ซื้อมาก่อน เพื่อยืนยันว่าที่ฝรั่งโม้ๆกันมา เป็นเรื่องที่มีมูล เพราะเห็นทางนั้นพากัน comment ไปในทางบวก ผมก็เลยพยายามลบ Bias ออกไปก่อนที่จะไปลองของจริง เพราะเดี๋ยวจะกลายเป็น player ที่เสียงดีเพราะเราคิดว่ามันต้องดี และเพื่อให้มั่นใจมากขึ้น ผมเลยพยายามเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับตัว Classic ในแง่ของเหตุผลว่าทำไมหลายๆคนถึงบอกว่ามันดี และมันดีตรงไหน ซึ่งเท่าที่อ่านๆดูก็พบว่า ไม่มีใคร review ให้ผมดูได้เลย สรุปคือ ไม่รู้เรื่องอะไรเหมือนเดิม ทำให้ผมตัดสินใจไปลุยเอาดาบหน้าโดยคาดหวังไว้ว่า เสียงมันต้องธรรมดา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับ iPOD VDO ของผม จริงๆผมเองก็ไม่มั่นใจว่าถ้าเกิดไปลองที่ร้านแล้วเราจะได้อะไรบ้าง เพราะผมคงต้องเกรงใจถ้าจะต้องลองนานๆแถมเพลงก็อาจจะไม่ใช่เพลงที่คุ้นเคยเลยอาจจะจับประเดนได้ยาก แต่แล้วเหมือนสวรรค์จะมีตา มีคนใจดียินยอมให้ผมนำมาใช้ในการวิเคราะห์ครั้งนี้แบบไม่มีอิดออดใดๆ ทำให้ผมสามารถฟังได้เต็มๆไม่ต้องเกรงใจ ก็ขอขอบคุณมา ณ. ที่นี้ด้วยครับสำหรับคนผมไปขอยืมแกมบังคับ

การที่จะมานั่งวิเคราะห์เฉพาะเรื่องเสียงเกี่ยวกับ iPOD Classic อยู่ฝ่ายเดียวมันก็ไม่ถูก และมันก็ไม่ค่อยจะมีเรื่องให้ได้พิมพ์เยอะแยะมากมาย ที่สำคัญ หลายๆคนย่อมสงสัยว่า iPOD ตัวใหม่ที่ออกมาอย่าง iPOD Classic มันมีดีอะไรตรงไหนบ้างถึงจะทำให้เจ้าของ iPOD VDO ยอมลงทุนเปลี่ยนไปซื้อตัวใหม่ แล้วเรื่องเสียงเปลี่ยนไปจากเดิมหรือไม่ ถ้าเทียบกับตัวเก่า ตัวไหนจะดีกว่ากัน ดังนั้น เราจึงควรจะจับเอาคู่นี้มาเปรียบมวยกันซักหน่อยเพื่อให้หลายๆคนเข้าใจถึงเสียงของ iPOD Classic ได้ง่ายขึ้น จะได้คิดดูว่า มันเหมาะสมหรือไม่ที่จะเปลี่ยนมาใช้ iPOD Classic


เพื่อไม่ให้เปลืองเนื้อที่ web ก็สมควรจะได้เวลาการเริ่มต้นทะเลาะกันระหว่าง ดาวรุ่งรุ่นเก่าอย่าง iPOD VDO กับดาวรุ่นรุ่งใหม่อย่าง Classic ครับ





iPOD VDO Gen5.5 V.S. iPOD Classic < Design Step >



http://www.slashgear.com/gallery/data_files/7/4/iPod_classic_unboxing_2.jpg



iPOD Classic ได้เปลี่ยนตัว Body ด้านหน้าจากเดิมที่เป็นพลาสติกมันเงา กลายมาเป็นเหล็กอะโนไดซ์แบบเดียวกันกับของ iPOD Nano Gen2 และ iPOD Mini แทน แต่ต่างกันตรงที่ไม่ได้เป็นแบบอะโนไดซ์ทั้ง Body เพราะฝาหลังยังคงเป็นแสตนเลสเงาแวววับเหมือนเดิมครับ ซึ่งจากที่ผมเทียบดูทั้งสองสี ผมรู้สึกว่า สีบรอนซ์จะดูเข้ากันกับฝาหลังเงาๆแบบแสตนเลสมากกว่าครับ ในขณะที่สีดำให้ความรู้สึกตัดกันมากไปหน่อย แต่สีดำก็ให้ความรู้สึกสุขุมและหรูหราเช่นกัน


ipod classic instructions


เรื่องหน้าจอที่เห็นบางคนซื้อไปแล้วบอกว่ามันสวยและละเอียดกว่าเดิมนี่ จริงๆแล้ว ถ้าเทียบกับ iPOD VDO 5.5 จะรู้สึกว่า มันไม่ต่างจากเดิมเลยครับ ยิ่งถ้าดูจาก SPEC แล้ว บอกได้เลยว่า น่าจะใช้จอตัวเดียวกับ VDO 5.5 ด้วยซ้ำครับ ซึ่ง จอของตัว 5.5 จะให้สีที่สดกว่า ภาพก็สว่างกว่าตัว VDO G5 ธรรมดาครับ ดังนั้นบางคนที่เป็นเจ้าของ VDO G5 อยู่ เมื่อเอา iPOD Classic ไปเทียบเลยรู้สึกว่ามันดีกว่าครับ



การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่เห็นได้ชัดคือ Click Wheel ครับ เพราะ Click Wheel ลด Sensitive ลง ทำให้หมุนปุ่มไม่รู้สึกว่ามันวิ่งไปไวเกินกว่าที่ต้องการแล้ว บางคนอาจจะไม่ชอบเพราะรู้สึกการตอบสนองไม่เร็วเท่าของเก่า แต่ผมกลับชอบเอามากๆเพราะว่ามัน Control ได้ดีกว่าเดิม ปรกติตอนใช้ VDO ผมจะเจอ iPOD แถมเสมอเวลาเลือกเพลง เช่นจะเลือกเพลงนี้ ดันผ่าไปเลือกเพลงที่อยู่ถัดไปให้แทน ซึ่งอาการดังกล่าวจะไม่เจอใน Classic แน่นอนครับ อีกอย่างปุ่มตรงกลางของ Click Wheel ก็เปลี่ยนจากแบบนูน มาเป็นแบบเว้าเหมือนหลุมตื้นๆทำให้สัมผัสตอนกดปุ่มกลางรู้สึกดีขึ้น โอกาสจะไปโดนส่วน Click Wheel เวลากดตรงกลางเหมือนสมัยที่ใช้ VDO มันก็ลดน้อยลง ถือว่า Apple เอาใจใส่ตรงนี้ได้ดีทีเดียวครับ

นอกจากนั้นแล้ว จุดสำคัญจุดใหญ่ที่คนอยากเปลี่ยนมาใช้ Classic ก็คือ Cover Flow นี่แหละครับ ความเท่ห์ในการเลือกเพลงผ่านรูปอัลบั้มนี่ให้ความรู้สึกที่ดีจริงๆครับ ถ้าใครเคยดู VDO DEMO ที่โชว์การทำงานของ Cover Flow ใน iPOD Classic จะเข้าใจถึงความรู้สึกผมตอนใช้ใหม่ๆ มันรู้สึกดีและสะดวกซะจนไม่อยากเปลี่ยนกลับไปใช้ iPOD VDO เลยครับ เสียอย่างเดียวตรงที่การทำงานให้ความรู้สึกหน่วงนิดหน่อย โดยเฉพาะเวลาเลือกเพลงผ่าน Cover Flow แต่ถ้าเลือกเพลงผ่าน Playlist หรือ อัลบั้ม หรือ ชื่อศิลปิน จะให้ความรู้สึกหน่วงใกล้ๆกับตอนใช้ VDO ครับ แต่จะหน่วงกว่าเล็กน้อย ไม่รู้ตรงนี้ทาง Apple จะแก้ได้หรือเปล่า เพราะผมเชื่อว่าใหม่ๆทุกคนอาจจะยอมรับได้ แต่ต่อไปเรื่อยๆคงมีคนรำคาญความหน่วงกันบ้างล่ะครับ เอ้อ ในโหมดเลือกฟังแบบอัลบั้มก็โชว์รูปให้ดูเช่นกันนะครับ แต่เป็นรูปเล็กๆหน่อย ผมว่ามันดูง่ายและสบายตากว่าของ iPOD VDO เยอะเลย

โดยรวมผมว่าภายนอกและระบบมีการปรับปรุงค่อนข้างเยอะมากๆทีเดียวครับ ไม่เหมือนสมัยที่ออก VDO Gen 5.5 มาขัดตาทัพ ตอนนั้นนี่เปลี่ยนแปลงน้อยเอามากๆเลยเล่นเอาผมเสียความรู้สึกไปพักนึงทีเดียว แต่อย่างว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่จะเปิดตัว iPhone ถ้าจะให้ iPOD ออกมาเด่นอีกจะเป็นการกลบกระแสของ iPhone ไปเปล่าๆ แถมยังมีคู่แข่งอย่าง Microsoft ที่เริ่มรุกตลาดด้วย Zune อีก ก็เลยต้องออกมาในรูปแบบนั้นล่ะครับ



คราวนี้เรามาเริ่มกันในเรื่องของเสียงบ้างแล้วกันครับ



iPOD VDO Gen5.5 V.S. iPOD Classic < Sound Step >



บางท่านอาจจะเคยเห็นวงจรภายในของ iPOD VDO แล้ว ซึ่ง DAC ของตัว iPOD VDO จะใช้ IC ของ Wolfson เป็นตัวกำหนดบุคลิกเสียงของเครื่อง แต่ในตัว iPOD Classic ได้เปลี่ยนมาเป็น Cirrus Audio แทนครับ นั่นหมายความว่า เสียงของ iPOD Classic เปลี่ยนไปแน่นอน

สิ่งที่รู้สึกในสัมผัสแรกเมื่อเริ่มเสียบแจ๊คของหูฟังผมลงใน iPOD Classic ก็คือ “ ความนุ่ม ” ครับ ตัว iPOD Classic ให้เสียงที่นุ่มขึ้นมากกว่าสมัยที่ผมฟังทั้ง iPOD Photo และ IPOD VDO ครับ ที่สำคัญนอกจากจะนุ่มแล้ว iPOD Classic ยังเงียบด้วยครับ ถ้าใครเคยใช้หูฟัง Sensitivity สูงๆอย่าง Shure E500 หรือ Shure SE530 จะรู้สึกเลยว่า iPOD VDO นั้นจะมีเสียง Noise รบกวนหรือที่เรียกกันว่า “ Hiss ” นั่นเองครับ ซึ่งตัว Hiss จริงๆ ถ้ามีน้อยๆแบบบางๆ มันจะกลายเป็น Ambient และมีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศการฟังเพลงเพื่อไม่ให้รู้สึกว่ามันอับและเป็น Digital มากเกินไป แต่ถ้าเป็นคนใช้ E500 จะรู้สึกหงุดหงิดกับเสียง Hiss มากครับ เพราะมันจะได้ยินชัดมากๆจนกลายเป็นทำลายบรรยากาศในการฟังเพลงแทน

ดังนั้นการที่ไม่มี Hiss ก็ถือเป็นเรื่องดีอย่างนึงครับ เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ contrast ของชิ้นดนตรีแต่ละชิ้นมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ถ้าใครเคยเจอ Player ที่มี Hiss เยอะๆแต่ Dynamic ไม่ดี เวลาที่ชิ้นดนตรีทอดปลายเสียงออกไป มันจะไปปนกับเสียงของ Hiss ยิ่งเวลามีดนตรีหลายๆชิ้น ถ้าเกิดปลายเสียงมันไปจบที่เสียง Hiss เมื่อไหร่ จะทำให้เสียงดนตรี Focus ไม่ชัดและปะปนกันมั่วจนฟังไม่รู้เรื่องครับ ที่สำคัญ เสียงเบาๆบางเสียงเวลาไม่มี Hiss มันก็ลอยเด่นชัดออกมาเอามากๆ จนบางครั้งเรายังงงๆว่าปรกติเพลงนี้มีเสียงนี้ด้วยหรือ

นอกเหนือจากความนุ่มและความเงียบแล้ว iPOD Classic ยังให้เสียงเบสที่มีพลังมากกว่าของ iPOD VDO อีกครับ ซึ่งพลังของเบสนี่ผมไม่ได้หมายถึง Impact นะครับ บางคนอาจจะคิดว่าเบสพลังเยอะคงจะเป็นเบสตู้มๆ ที่ฟังแล้วกระแทกกระทั้นรุนแรง แต่ความเป็นจริงแล้ว ผมกำลังหมายถึง Middle Bass หรือเนื้อกลางของเบสของครับ

จริงอยู่ที่ Impact อาจจะน้อยกว่าของทาง iPOD VDO นิดหน่อย แต่ในเรื่องของเนื้อเบสนี่ ตัว iPOD Classic ทำได้ดีและทรงพลังเอามากๆครับ ปรกติเบสของ VDO จะค่อนข้างแผ่วในช่วงการทอดตัวระหว่าง Middle Bass ไล่ไปยัง Deep Bass ทำให้รู้สึกว่าตัวตนของเบสไม่ได้รูปร่างที่ดีเท่าไหร่ เรียกว่า Focus แล้วไม่ได้ Shape ไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่ของ iPOD Classic เนื้อเบสให้รูปร่างได้ดีมากๆครับ เรียกว่าไล่จาก Upper Bass ที่เป็นส่วนของ Impact แล้วค่อยๆไล่ลงมายัง Middle Bass ก่อนจะไปจบที่ Deep Bass ได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่มีอาการแผ่วก่อนถึงปลาย เรียกว่า เบสทั้งแน่นทั้งมีคุณภาพมากๆครับ แต่ช่วง Deep Bass ก็ลากลงได้ลึกพอๆกับ IPOD VDO นั่นแหละครับ ทว่าให้ความชัดเจนถึงตัวตนของ Deep Bass ได้ดีกว่า ส่วนนึงอาจจะเพราะว่า Hiss ที่เคยรบกวน Deep Bass ถูกขจัดหายไป และยังน้ำหนักจากการส่ง Dynamic ของ Middle Bass ทำให้รับรู้ถึงน้ำหนักเบสได้ดีมากๆ จริงๆในเรื่องของเบสค่อนข้างต่างแบบชัดเจนมากครับ ถ้าลองฟังเทียบในเพลงเดียวกันระหว่าง VDO กับ Classic จะรู้เลยว่า เบสของทาง Classic แน่นกว่า และชัดกว่าของ VDO ครับ

ในเรื่องของ soundstage ผมรู้สึกว่าพอๆกันครับ แต่จะแตกต่างกันในส่วนของมิติเสียงกลางครับ เพราะมิติเสียงกลางของ iPOD Classic ลึกกว่าทาง VDO อยู่นิดนึงครับ บางเพลงตำแหน่งชิ้นดนตรีจะขึ้นไปลึกกว่าของ iPOD VDO เล็กน้อยครับ แต่ผมรู้สึกแปลกใจเรื่องตำแหน่งของชิ้นดนตรีนิดหน่อย เพราะรู้สึกว่าชิ้นดนตรีบางทีเหมือนอยู่ตำแหน่งที่แตกต่างกว่าของ iPOD VDO ครับ โดยปรกติถ้ามิติเสียงกลางลึกกว่าชิ้นดนตรีก็จะแค่ถอยหลังออกไป แต่นี่เหมือนจะย้ายไปทางซ้ายบ้าง ขวาบ้างครับ จริงๆส่วนนี้ผมยังไม่ได้จับรายละเอียดมากนะครับเลยบอกไม่ได้ว่า เปลี่ยนไปแบบไหนบ้าง แค่ฟังแล้วรู้สึกได้ครับ

แต่เรื่องการแบ่งแยกชิ้นดนตรีนี่ทำได้เยี่ยมกว่าของ iPOD VDO เยอะมากๆครับ ผมลองเทียบด้วยเพลงอย่าง Through the fire and flames ของวง Dragonforce โดยช่วง Intro ต้นๆที่มีการรัวกระเดื่องและโซโลกีต้าร์ไปพร้อมๆกัน ทาง iPOD VDO จะค่อนข้างแยกแยะได้ยากครับ เหมือนกับกระเดื่องและกีต้าร์ปนๆกันไปหมดจนจับได้ยาก แต่พอเปลี่ยนมาเป็นทาง iPOD Classic ทั้งกระเดื่องทั้งกีต้าร์สามารถจับได้ชัดเจน และมีการแบ่งแยกแตกต่างออกไปแบบที่รู้สึกได้ในหนแรกที่ฟังด้วยครับ แทบจะไม่ต้องนั่งเทียบให้เสียเวลาทีเดียว เพราะโดยปรกติผมก็หงุดหงิดกับกระเดื่องเพลงนี้ที่ฟังไม่ค่อยจะรู้เรื่องอยู่แล้ว ถ้าจะฟังกระเดื่องให้ชัดๆปรกติต้องใช้หูฟังอย่าง Shure E500 , UE Super.fi 5 Pro หรือไม่ก็ Westone UM2 ครับ พวกนี้จะแยกชิ้นดนตรีได้ค่อนข้างดีมากๆ โดยเฉพาะ UM2 ที่เด่นในเรื่องกลอง และ E500 ที่เด่นในเรื่องของเบส แต่ iPOD Classic กลับสามารถใช้หูฟังอย่าง Crossroad Mylarone X3 แยกแยะชิ้นดนตรีออกได้ ถือว่าทำให้ผมประทับใจพอสมควรทีเดียวครับ

จุดสำคัญคือเรื่องเสียงร้องและเสียงกลางที่หลายๆคนพากันถามว่า มันเป็นยังไงบ้าง ดีกว่า iPOD Photo ที่เค้าว่ากันว่าเด่นเรื่องเสียงกลางหรือเปล่า ซึ่งถ้าจะเทียบเสียงกลางที่มวลเยอะๆอย่าง iPOD Photo ผมว่า iPOD Classic จะให้อารมณ์ที่แตกต่างออกไปครับ

เสียงกลางของ iPOD Classic จะให้ความรู้สึกนุ่มและแน่น โดยเฉพาะเสียงร้องที่เหมือนจะถูก Focus ให้มีขนาดของ Image เล็กลงกว่าเดิม และถูกดันถอยออกไปจากของ VDO อีก Step นึง ทำให้รู้สึกผมรู้สึกว่ามันโล่งกว่าเดิมครับ ฟังแล้วไม่อึดอัด เพราะปรกติหูฟังบางตัวมักจะดึงเสียงร้องเข้ามาใกล้มากเกินไป ในขณะที่ชิ้นดนตรีกลับถอยลึกขึ้น ทำให้ฟังแล้วรู้สึกแปลกๆและอึดอัดไปหน่อย

เสียงกลองของ iPOD Classic จะไม่รู้สึกกระแทกกระทั้นเท่าของ VDO ครับ เพราะทาง iPOD VDO จะมีจุดเด่นในเรื่องของ Dynamic Impact มากกว่า แต่ตัว iPOD Classic จะให้ความรู้สึกของเบสที่เป็นตัวเป็นตนได้ดีกว่า สัมผัสถึงเนื้อได้ชัดเจนกว่า และสามารถรับรู้ถึงรูปร่างและจังหวะการกระแทกของกลองได้ดีกว่า เรียกว่า มีมวลที่มากกว่า VDO เล็กน้อยครับ ทว่ามวลของเสียงกลางทาง iPOD Classic ก็ยังไม่เยอะเท่ากับของ VDO อยู่ดีครับ เหตุผลก็เนื่องจากขนาดของ Image ที่ iPOD Classic ถูกบีบให้เล็กลงกว่าทั้ง iPOD VDO และ iPOD Photo ครับ ดังนั้นต่อให้แน่นแค่ไหน มันก็ไม่สามารถให้ปริมาณได้เท่ากับของ iPod Photo ครับ

ส่วนเรื่องเสียงสูงนั้น บางคนที่ได้ฟังมักจะบอกว่า iPOD Classic ปลายทอดไปไกลกว่า และพริ้วกว่าของ VDO ซึ่งอันที่จริงผมฟังเทียบทั้งคู่แล้ว ต่างก็พากันทอดตัวได้ไกลเหมือนกันครับ เพียงแต่ Hiss ของทาง Classic นี่แทบจะไม่มีเลย ทำให้สัมผัสเรื่องปลายเสียงถ้าฟังกันเผินๆมันจะดูเหมือนทอดไปไกลกว่าครับ แต่เรื่องเสียงสูงนี่ไม่เหมือนของ VDO เลยนะครับ เพราะทาง VDO จะออกสว่างกว่า ชัดกว่า และคมกว่าด้วยครับ ถ้าจะบอกว่าเสียงสูงของ VDO ให้ความรู้สึกใสกว่าของ Classic ก็ว่าได้ครับ

ถ้าเทียบเสียงโดยรวมของ iPOD Classic และ iPOD VDO จะรู้สึกได้เลยว่า สไตล์ของ iPOD Classic จะเป็นในแบบนุ่มๆ สุขุม อุ่นๆ แน่นๆ ฟังแล้วสบายๆ ในขณะที่ของ iPOD VDO จะเป็นแบบสว่างสดใส และ Bright มากๆ ฟังบางเพลงจะรู้สึกบาดหูกว่าของ iPOD Classic แต่ก็ให้ Dynamic Impact ของในแต่ละส่วนได้ดีกว่าทาง iPOD Classic

จุดที่แปลกอยู่อย่างนึงของ iPOD Classic ก็คือ Image เสียงร้องที่จะเล็กกว่าตัวอื่นๆแบบเห็นได้ชัด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ ถ้าคนไม่คุ้นอาจจะไม่ค่อยชอบ แต่ผมเฉยๆนะครับ มันเล็กแบบนี้ก็ดีไปอย่าง เพราะให้ความรู้สึกที่โปร่งมากขึ้นด้วย


ถ้าถามผมว่าอันไหนเสียงดีกว่ากัน ผมก็ต้องบอกว่า iPOD Classic ดีกว่า เพราะให้คุณภาพในส่วนที่เป็น Dynamic หรือเนื้อได้ดีกว่า เพราะเป็นเนื้อที่มีคุณภาพ ให้ความเป็นมิติ สัมผัสได้ง่ายและชัดเจนกว่าของทาง iPOD VDO ครับ แต่ของพวกนี้ก็อยู่ที่คนฟังด้วย ถ้าชอบเพลงที่ฟังแล้วให้ความรู้สึกสนุก เน้น Impact มากๆและมีหูฟังที่คุณภาพดีอยู่แล้ว ตัว VDO เองก็ยังน่าสนใจอยู่ครับ เพราะผมรู้สึกว่า น้ำเสียงของ VDO จะเปิดกว่า และมีความสว่างมากกว่า ฟังเพลงแล้วให้อารมณ์ที่สนุกว่า ในขณะที่ iPOD Classic ให้อารมณ์ในแง่ผ่อนคลายมากกว่าครับ ถ้าได้ฟังเพลง Ballard, Jazz หรือพวก Classic จะเหมาะเอามากๆครับ แต่เอามาฟังเพลงร๊อคก็ไม่ได้ขี้เหร่แต่อย่างใด เพราะฟังได้ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะในแง่ของคุณภาพเนื้อเบสที่แน่นกว่าและให้ความรู้สึกที่ดีกว่า iPOD VDO ครับ ซึ่งปรกติเบสแบบนี้ต้องใช้ Shure E500 หรือไม่ก็ Triple.fi 10 Pro น่ะครับถึงจะขึ้นมาให้ได้ยิน

ถ้าถามผมว่าสมควรเปลี่ยนจาก iPOD VDO ไปเป็น Classic หรือไม่ ก็ให้ถามใจตัวเองดูก่อนครับว่า ชอบในบุคลิกแบบที่ผมบอกมาทั้งหมดหรือเปล่า ถ้าชอบก็สมควรที่จะเปลี่ยนอยู่แล้วครับ แต่ถ้าไม่มั่นใจก็ควรไปลองฟังดูก่อนครับ ผมเห็นที่ iStudio เปิดให้ลองทดสอบได้เลย ไปถึงก็ไปขอทางร้านลองฟังได้ครับ จะได้รู้ว่าเราเหมาะที่จะใช้ iPOD Classic หรือไม่ ซึ่งถ้าเกิดชอบและไม่ได้รบกวนเงินในกระเป๋าเรามากมายนัก ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่ซื้อมาใช้ครับ ส่วน iPOD VDO ตัวเดิมก็ส่งต่อให้น้องๆหรือไม่ก็ขายทอดตลาดเป็นสมบัติผลัดกันใช้ต่อไปครับ





http://www.winsupersite.com/images/showcase/ipod_classic_6g_07.jpg


8 ความคิดเห็น:

lightfellow กล่าวว่า...

เรื่องจอไอพอด
ผมว่ามันเที่ยบกันไม่ได้คับ
เพราะของแต่ละลอตออกมามาตรฐานไม่เหมือนกัน
ยังไงผมยืนยันว่า คลาสสิกจอสวยกว่า vdo แน่นอน
เพราะถ้าคุณเอา คลาสสิกหลายๆลอตมาเที่ยบกันคุณจะเห็นว่าความใสของจอมันต่างกัน
ตั้งเหลืองไปจนสดใส แสบตา

ผมผ่านคลาสสิกมา 3 เครื่อง เอามาเทียบกันที่ความสว่าง
0 % เห็นชัดว่าสามตัวสีต่างกัน ตัุวที่สีสด จัดจ้านใส
แม้ลดความสว่างเหลือ 0 จอก็ยังสีสวยสด แต่ถ้าเพิ่มความสว่างเป็น 100 % จะดูไม่ออกอย่างเลย

Mesiator กล่าวว่า...

เรื่องจอผมเห็นด้วยครับเพราะเจอมากับตัวเอง สว่างไม่เท่ากันทั้งๆที่ตั้ง brightness ไว้ที่ 50%
เครื่องนึงติดฟ้า อีกเครื่องนึงติดเหลือง

G7 กล่าวว่า...

เรื่องจอจอง VDO นี่ไม่มั่นใจครับ

เพราะผมไม่มีตัวเทียบระหว่าง Gen5.5 ด้วยกัน จะมีก็แต่ตัว Gen5 ธรรมดาครับ ซึ่งตัว 5 ธรรมดามันสู้ 5.5 ไม่ได้อยู่แล้ว

ถ้าวัดกันกับ Gen5.5 ดัวยกัน เฉพาะของผมที่ซื้อล๊อตแรกนะครับ คุณภาพเท่าเทียมกันเลยทีเดียว แต่ล๊อตอื่นๆผมก็ไม่รู้นะครับ ความจริงคุณภาพจอถ้าเป็น Gen เดียวกัน ไม่น่าจะแตกต่างกันมาก เพราะการ stock ของเพื่อให้เพียงพอต่อการเดินเครื่องผลิต 1 หน ถ้าดูจากความต้องการของตลาดแล้ว

น่าจะมหาศาลอยู่

ดังนั้นความแตกต่างไม่น่าเยอะ แต่ก็ไม่แน่ เพราะการผลิตในล๊อตหลังๆอาจจะโดน LCD คุณภาพแย่ก็ได้ เพราะประเทศจีนเด่นเรื่องตุกติกอยู่แล้ว... กว่าจะรู้ สินค้าก็ผลิตออกมาแล้วครับ... เรื่องพวกนี้คงต้องต่อว่าทาง QC ของ apple อย่างเดียว

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกลบโดยผู้ดูแลระบบของบล็อก
ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

มีเครื่องเล่นตัวไหน ที่มีเสียงเหมือน ipod classic บ้างครับ ตอนนี้ใช้ iriver e100 อยู่ อยากใช้ ipod แต่ว่ามันไม่อ่านไทย และลง.flac ไม่ได้

G7 กล่าวว่า...

ถ้าจะเอาเหมือน iPOD Classic นี่ไม่มีเลยครับ แต่ละตัวก็ให้คุณภาพเสียงที่แตกต่างกันไป แต่ถ้าจะเล่น iPOD ที่อ่านไทยได้แล้วเสียงดีๆ ก็แนะนำ iPOD Gen4 ไม่ก็ iPAD ไปเลยครับ ถ้าแบกไหว

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ระหว่างipod classic กับ ipod photo ใช้กับpk2 ฟังเพลงแนวaudiophile,vocal,pop,ลูกทุ่ง,classic ตัวไหนน่าจะฟังได้ไพเราะกว่ากันครับ

G7 กล่าวว่า...

iPOD Classic ครับ เหตุผลเพราะเสียงแหลม และการ focus ของ classic ดีกว่า กับลูกทุ่งผมว่าจะเหมาะกว่าครับ