วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

<< หูฟังแปลกๆใหม่ๆที่กำลังถูกจับตามอง และ เป็นกระแสในปัจจุบัน >>



ช่วงนี้ผมเห็นกระแสหูฟังในเมืองไทยวนไปวนมาไม่กี่ Brand ไม่กี่ยี่ห้อ ดังนั้น เรามาเปิดโลกกว้างสัมผัสหูฟังที่อยูในกระแสและกำลังได้รับการจับตามองจาก เมืองนอกเมืองนากันบ้างดีกว่า ดังนั้น วันนี้ผมเลยถือโอกาสหยิบเอาข้อมูลแปลกๆใหม่ๆมานำเสนอนอกเหนือจาก review กันบ้างนะครับ

ผมจะคัด เฉพาะหูฟังที่คนไทยยังไม่ได้ให้ความสนใจนะครับ ซึ่งมันมีหลายตัวมากๆ โดยเฉพาะพวกตระกูล Killer ทั้งหลายที่ราคาไม่แพง และจับต้องได้ไม่ยาก

เรามาไล่กันไปทีละตัว โดยเริ่มจากทางฟากของ Fuil-size ก่อนดีกว่า



JVC HARX700 และ JVC HARX900







หูฟังทางค่าย JVC ปรกติก็ค่อนข้างจะเงียบทั้งในบ้านเราและที่เมืองนอก ซึ่งรุ่น top ของยี่ห้อนี้เป็นตัว DX1000 ซึ่งก็ทำชื่อเสียงไว้ได้ดีมากๆ แต่รุ่นน้องๆกลับทำให้ดีไม่ได้ซักที

พอ เปลี่ยน Generation มาเป็นตัว HARX700 และ 900 กลับเริ่มมีคนให้ความสนใจอย่างน่าแปลกใจ ส่วนนึงอาจจะเพราะรูปร่างกับราคาที่ได้ใจเอามากๆก็ได้

เป็นหูฟังที่เมืองไทยหาซื้อได้ยาก และหาลองฟังได้ยาก ทำให้คนไทยน้อยคนที่จะได้ยลเสียงของค่ายนี้



<< ทำไมถึงน่าสนใจ >>



เพราะหูฟังตัวนี้ มันได้ชื่อว่าเป็น ลูกพี่ลูกน้องของ ATH A900 น่ะสิครับ แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่ออกพันธุ์ทางหน่อย เพราะมันให้เบสที่เยอะกว่า A900 ครับ

ส่วน Signature อื่นๆ ถือได้ว่าใกล้เคียงกับ A900 มากๆ แถมคุณภาพงานประกอบโดยรวมก็จัดอยู่ในระดับที่ดีเลยทีเดียว และกระแสของคนที่ซื้อไปใช้

ก็ อยู่ในทิศทางที่ดีมากๆ ส่วนใหญ่ Comment ว่าดีทั้งนั้น ดังนั้น ตัว JVC จึงถือว่าเป็นหูฟัง Full-size อีกตัวที่น่าสนใจมากๆเลยทีเดียว


ที่สำคัญ ราคาค่าตัวของมัน อยู่ที่ $32.56 หรือ 1,173 บาท เท่านั้น สำหรับรุ่น HARX700 และ

$54.66 หรือ 1,968 บาท สำหรับรุ่น HARX900


ข้อ แตกต่างระหว่างสองรุ่นนี้คือ


HARX700 จะเป็น Close Type และมี PAD แบบเดียวกันกับของ ATH A900 และ Headband เป็นแบบผ้าบุนวม ในขณะที่

HARX900 จะเป็น Semi Open และใช้ PAD แบบหนังคุณภาพดีขึ้นมาอีก แถมตรง Headband ยังเป็นหนังอีกด้วย


=============================


Equation RP-21



http://a248.e.akamai.net/f/248/37952/1h/image.shopping.yahoo.co.jp/i/j/wax_ea-rp21



จริงๆ เป็นหูฟังที่อยู่ในกระแสซักประมาณ 2 ปีที่แล้ว ในเมืองไทยคงไม่ค่อยมีใครรู้จักหรือคุ้นหูเท่าไหร่ เพราะค่ายนี้ไม่ค่อยเน้นเรื่องการโปรโมท

สมัย ก่อนผมไม่เคยเห็นมีคนเอามาขาย แต่ปัจจุบันเห็นมีร้านนำมาขายบ้างแล้ว แต่ราคาสูงไปนิด โดยอยู่ที่ 4200 บาท ในขณะที่ Amazon ขาย 99 เหรียญ หรือ 3600 บาท ( ก็แพงกว่ากันไม่มานิ )



<< ทำไมถึงน่าสนใจ >>



เพราะหูฟังตัวนี้ค่อนข้างได้รับการตอบรับอย่างมหาศาลในฐานะของ Beyerdynamic Killer ถ้าผมจำไม่ผิดรู้สึกรุ่นที่โดน Killer จะเป็น DT880 นะครับ เห็นว่าคนที่มี DT880 บางคน

ขาย beyer ทิ้งเพื่อมาซื้อตัวนี้แทน เพราะราคามันถูกกว่า แต่ให้คุณภาพเสียงที่ไม่ด้อยกว่ากัน... แต่โดยส่วนตัวผมยังไม่เคยลองฟังนะ เคยจะซื้อเหมือนกันแต่โดนฝรั่งเบี้ยวซะก่อน เลยอด

ด้วย ความหูฟังสำหรับงาน Studio สายมันเลยถอดเล่นได้ แต่ด้วย Design ที่ไม่ค่อยจะดูเป็นมืออาชีพเท่าไหร่ ปัจจุบันผมเลยไม่ค่อยเห็นคนซื้อมาใช้ จะเห็นก็แต่คนใน head-fi ซื้อมาฟังเพลงละครับ


=====================




M-Audio Q40


http://www.musictechmag.co.uk/files/Images/Page%20Views/MTM60/Review_Q40_400.jpg



หลายๆ คนอาจจะเคยเห็นยี่ห้อนี้ในรูปแบบของหูฟังจากทาง UE เพราะเป็นคนที่จ้าง UE ผลิตหูฟัง In-ear ให้ แล้วเอา logo ของตัวเองแปะลงไป ซึ่งในเมืองไทยเอง

ก็ มีหูฟัง In-ear ของเจ้านี้มาขายหลายรุ่นเลยทีเดียว ส่วนตัว Full-size เอง ก็มีร้านเอามาขายเหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะรุ่นนี้ แต่ราคาจะโหดหน่อย โดยจะพุ่งไปถึง 7500 บาท

ในขณะที่ราคาเมืองนอกอยู่ที่ราวๆ 4750 บาทเท่านั้นเอง เมืองไทยแพงกว่าจมหูเลย


>> ทำไมถึงน่าสนใจ <<


พราะเป็นหูฟังที่รูปร่างทำออกมาดูดีมาๆ และ review ก็บอกไปในทางที่ดี เป็นหูฟังที่เด่นในย่านสูงและต่ำ คือ สูงดีกรุ๊งกริ๊ง และให้เบสที่ดีด้วย หลายๆคนที่มองหาหูฟังในระดับ

ไม่เกิน $200 ก็มักจะได้รับการแนะนำให้มองดูตัวนี้ด้วย แต่กระแสก็ยังไม่แรงเท่า RP-21 ครับ เพราะคนจะเทความสนใจไปทางนั้นเยอะกว่า ตัวนี้โดยส่วนตัวผมค่อนข้างจะชอบงาน Design มากกว่าครับ

เรื่องเสียงก็ยังไม่เคยได้ลองเช่นเคย


=================


Phiaton



Phiaton


เป็นหูฟังที่ประกาศวางตลาดล่วงหน้าอยู่พักใหญ่ๆ และก็ค่อนข้างเป็นที่ฮือฮาเนื่องจากเป็นหูฟังที่หน้าตาดีมากๆ แต่พอวันออกจริงๆกลับเงียบนิ่งจนไม่มีใครรู้เรื่อง

ปัจจุบัน หูฟังนี้ก็วางตลาดกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมืองไทยผมยังไม่เห็นมีใครเอาเข้ามาขายนะครับ เพราะค่าตัวมันก็ค่อนข้างสูงพอสมควร แต่ด้วยการใช้ Housing ที่ทำจากเคฟล่าร์ กับ Housing ที่หุ้มหนังลายจระเข้ ( ไม่รู้จระเข้แท้ป่าว )

ทำให้มันดูเป็นหูฟังที่สมราคาดีครับ ( จริงๆมันก็ไม่ถึงกับแพงโอเว่อร์นะครับ เพราะรุ่นถูกสุด ราคาอยู่ที่ราวๆ 7200 บาท เป็นตัวเคฟล่าร์นะครับ ส่วนแพงสุดที่เป็นหุ้มหนัง ก็อยู่ที่ราวๆ 10700 บาท ครับ )



<< ความน่าสนใจ >>


อันดับแรกเลยคือมันสวยครับ บางทีความสวยมันก็ทำให้เรารู้สึกว่าเสียงมันดีได้เช่นกัน :-D แต่จริงๆมี review หลุดออกมาบ้างแล้วครับ ส่วนใหญ่ก็ค่อนข้างชมว่าเสียงดีทีเดียว แต่ออก dark นิดหน่อยเท่านั้นเอง

อีกอย่างคือ Phiaton เป็น Brand Hi-end ของทางค่าย Cryesn นะครับ ซึ่งเป็นอดีตมือปืนที่รับจ้างทำหูฟังให้ iRiver มาก่อน และเคยมี Product ที่เหมือนกับ Creative EP880 กับ Audio-Technica ( ลืมรุ่น ) ออกมาด้วย

ทำให้หลายๆคนคิดว่าน่าจะเป็นมือปืนรับจ้างผลิตให้กับทั้ง Creative และ audio-technica ด้วย... ดังนั้นทำให้ Phiaton มันเลยดูน่าสนใจขึ้นมาทันทีครับ ..


http://www.engadget.com/media/2008/01/1-11-08--ps500.jpg



====================



ตัดข้ามมาทางฝากของ IN-Ear กันบ้างนะครับ




====================


Phonak Audeo


http://www.ecoute-ecoute.com/media/catalog/product/cache/1/image/5e06319eda06f020e43594a9c230972d/p/h/phonak_audeo_perfect_fit_PFE112.jpg



ปรกติแล้ว Phonak เป็นบริษัทที่ผลิตเครื่องช่วยฟังเพียงอย่างเดียว แต่ การทำเครื่องช่วยฟังล้วนๆมันดูน่าเบื่อ ทางบริษัทเลยเจริญรอยตามเส้นทางของทาง Westone ดูบ้าง เพราะจุดเริ่มต้นเหมือนกันเป๊ะเลย

ดัง นั้บ ทาง Phonak จึงปล่อยหูฟัง In-ear สำหรับฟังเพลงเป็นตัวแรกในชื่อของ Phonak Audeo โดยจะออกมาทางแบบรุ่นมีไมค์ และไม่มีไมค์ ให้ได้เลือกนำไปใช้งานกัน ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกคุณ ped จะเอา

รายละเอียดของหูฟังตัวนี้มาให้ดูทีนึงแล้ว


<< ความน่าสนใจ >>


มันมาน่าสนใจตรงที่ คุณภาพงานและของแถมใน set ที่ทำออกมาได้ดีมากๆ ที่สำคัญ กำลังเป็นหูฟังในกระแสที่คนใน head-fi เริ่มให้ความสนใจอีกตัวด้วยครับ เพราะมีกระแสบอกกันมาว่า

มัน เหมือน ER4P ที่ให้เบสที่ดีกว่า แต่ราคาถูกกว่า เพราะราคาอยู่ที่ 5000 บาทถ้วน สำหรับตัวไม่มีไมค์ แต่ถ้าเอาไมค์ด้วย ต้องเพิ่มอีก 700 เป็น 5700 บาท ครับ

สิ่งที่ดีมากๆของมันคือลูกเล่นการเปลี่ยน Filter แล้วทำให้คุณภาพของเสียงเปลี่ยนได้ครับ คล้ายๆกับของ Sleek แต่งานประกอบเหนือกว่ากันเยอะเลย โดยรวมจัดว่าน่าซื้อและน่าสนใจมากครับ


======================



Jbuds J2



http://ecx.images-amazon.com/images/I/41l-Urt2-zL._SL500_AA280_.jpg

http://ecx.images-amazon.com/images/I/411jWHhF16L._SL75_.jpghttp://ecx.images-amazon.com/images/I/417OOhE1gwL._SL500_SS75_.jpghttp://ecx.images-amazon.com/images/I/41BfYFevFZL._SL75_.jpghttp://ecx.images-amazon.com/images/I/41B31e82GdL._SL500_SS75_.jpg



ค่ายน้องใหม่ที่เพิ่งกระโดดเข้ามาในวงการอย่าง Jlab ถือว่าเป็นอีกค่ายที่มาสร้างสีสันให้กับวงการหูฟังเป็นอย่างมาก เพราะหูฟังตัวเริ่มแรกของค่ายนี้อย่าง J2 ก็มาพร้อมกับสีสันแสบทรวงหลายหลากสี

เล่น เอาบางสีผมไม่ค่อยจะกล้าใช้เท่าไหร่ เนื่องจากมันแปลกเกินไป เกินกว่าจะกล้าใช้ครับ :D นอกเหนือจากการผลิตหูฟังแล้ว ทางบริษัท JLab ยังทำ Pounching สำหรับใส่หูฟัง ( แสดงว่าไม่แถม )

และ Pounching สำหรับใส่ iPOD อีกด้วย แถมยังมีลำโพงพกพาอย่าง Mini Blaster ( สำหรับ iPOD ) และ B-Flex ( สำหรับ iPOD และ Notebook ) อีกต่างหาก



<< ความน่าสนใจ >>


มันน่าสนใจตรงที่ราคามันถูกมากๆครับ ตัวแพงสุดอย่างสีดำจุกดำ ราคายังอยู่ที่แค่ 1200 บาทเท่านั้นเอง สีอื่นๆจะถูกว่านี้ โดยเฉพาะสีพิศดารหน่อยๆ อันนี้แล้วแต่ความชอบครับ

คุณภาพ เสียงเห็นว่าดีใช้ได้ทีเดียว มีครบทุกย่านและให้เบสที่ดี แต่มีข้อเสียคือบริษัท Jlab แกไม่ค่อยจะตอบเมล์ครับ การรับประกันของบริษัทนี้เลยจะออกเพี้ยนๆเหมือนสีหูฟังแก

คน ใน head-fi ก็เริ่มมีบ่นบ้างถึงเรื่องการติดต่อกับบริษัทครับ จริงๆมันก็ดูน่าสนใจและน่าซื้อมาลองดีนะ เพราะราคามันก็ไม่ได้โหดอะไร แถมสีน่าจะถูกใจวัยรุ่นเอาซะด้วยสิ

ที่ สำคัญ มีบางคนบอกว่า มันค่อนข้างจะให้เสียงดีกว่า soundmagic PL30 ด้วย... เพราะเค้ามีตัว J2 เอามาเทียบกับ Pl30 แล้ว ปรากฏว่ามันเหนือกว่าเล็กน้อย... เล่นเอาผมอยากลองฟังเลย



==========================


Atomic Floyd



http://www.instablogsimages.com/images/2008/12/05/atomic-floyd-headphones_TBtno_12.jpg



นี่ก็ค่ายน้องใหม่อีกค่ายที่ชื่อไม่คุ้นหู แต่ฟังดูอลังการดี จริงๆหูฟังตัวนี้มีหลุด review มาแค่รุ่นเดียวคือตัว AirJax ซึ่งเท่าทีอ่านโดยรวมก็ถือว่าโอเคใช้ได้ แต่เบสจะน้อยไปหน่อย เพราะชื่อมันก็คือ AirJax

ซึ่งเน้น เรื่องของ Air มากกว่า จริงๆที่เลือกเอามาไม่มีอะไรมากนอกจากมันดูสวยดีครับ และงานก็ดูแข็งแรงสมราคาดี แต่ราคาดันคิดเป็นเงินปอนด์ ทำให้ราคามันค่อนข้างแพงทีเดียว โดยที่ตัว HiDrum จะอยู่ที่ราวๆ

4800 บาท ซึ่งก็มีรูปร่างเหมือนกับ EX90 เลยครับ แต่คุณภาพงานเหนือกว่ากันเยอะ แค่ body ก็ทำจากเหล็กล้วนๆแล้ว ส่วนสายก็เป็นสายถักหุ้มฉนวน งานถือว่าตั้งใจแต่ราคาสูงจริงๆ



<< ความน่าสนใจ >>


นอกจากสวยและแปลก ก็ไม่มีอะไรมากเกินไปกว่านี้ นานๆจะเห็นหูฟังแปลกๆใหม่ๆหลุดมาบ้างซักที review เองก็ค่อนข้างน้อยครับ ทำให้ยังไม่แน่ใจเรื่องแนวเสียงเท่าไหร่

แต่ก็เห็นหูฟังอีกตัวที่น่าซื้อมาลองดีจริงๆ



=============================



ใครที่สนใจหูฟังที่ว่ามา ก็ลองหามาลองกันดูนะครับ


ไม่มีความคิดเห็น: