แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Soundmagic แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Soundmagic แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Review หูฟังที่หลายๆคนกำลังสนใจ กับ Soundmagic PL50






บังเอิืญเหลือเกินว่า ทาง soundmgaic ได้เปิดตัวหูฟังรุ่นใหม่ออกมา และอันที่จริงผมก็พอจะรู้ข่าวมานานแล้วว่าทาง soundmagic เตรียมจะปล่อยรุ่นใหม่ ซึ่งข่าวก็มาตั้งแต่ปลายปีก่อนแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่เห็นจะมีวี่แววอะไร จนเพิ่งจะมาเห็นข่าวได้ไม่กี่วันนี้ว่า ทาง soundmagic ได้เปิดตัวรุ่นใหม่จนได้ ในชื่อรุ่นว่า " soundmagic PL50 "

จุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้ก็คงอยุ่ที่การเปลี่ยนจากการใช้ Driver Dynamic ที่ทาง soundmagic เอามาใช้ในหูฟังตัวเองทุกรุ่น กลายมาเป็น driver ยอดฮิตอย่าง B-Armature ซึ่งหลายๆบริษัทนิยมเอามาใช้ในหูฟังแบบ in-ear กันอย่างมากมาย แม้กระทั่ง Apple เอง ก็ยังออกหูฟังที่ใช้ driver แบบ Balanced Armature ออกมาเช่นกัน ซึ่งข้อดีของ Balanced Armature หรือ B-Armature ก็คือความที่มันมีขนาดเล็ก ทำให้สามารถใส่ได้หลายๆ driver ในหูฟังตัวเดียว และยังความคมชัดของเสียงที่แตกต่างจาก Dynamic อย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น หูฟังที่ใช้ driver ประเภทนี้มักจะคาดหวังเรื่องความชัดของเสียงแต่ละย่านได้ในแทบจะทันทีที่ เห็น spec แต่ในความเป็นจริงแล้ว หูฟังที่ใช้ B-Armature บางตัวก็กลับให้เสียงที่ผิดคาดอยู่เป็นประจำ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยโดยรวมหลายอย่างแล้วแต่การสร้างสรรค์จากทางผู้ผลิต

แน่นอนว่า หูฟังจากทาง soundmagic มักจะให้อะไรที่คุ้มค่าต่อราคาอยู่เสมอ ดังนั้นหลายๆคนโดยเฉพาะเหล่าแฟนๆ soundmagic ทั้งตระกูล PL30 , PL11 , PL12 รวมทั้งสาวกของ mylarone X3 ต่างก็รอลุ้นถึงคุณภาพเสียงของ PL50 ตัวนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือตัวผมเองด้วยเช่นกัน โชคดีที่ผมได้รับหูฟังตัวนี้ส่งต่อมาจากทางคุณ Ped ทำให้ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาหาจุกให้ Match กับ PL50 เพราะทางค่ายนี้ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพจุกที่ไม่ค่อย Match กับหูฟังตัวเอง ทำเอาคนซื้อปวดกระโหลกจนต้องดมยาดม อมยาหม่อง กันไปหลายคน เพราะซื้อมาฟังแล้วเสียงดันไม่เหมือนกับที่อ่าน review ซึ่งสาเหตุก็มาจากจุกนี้แหละครับ ตัวดีเลยทีเดียว




ว่าแล้วก็มาเริ่มต้นเข้าสู่ review ของ soundmagic PL50 กันเลยแล้วกันครับ








เริ่มต้นกันที่ภายนอก



ปรกติ packaging ของทาง Soundmagic มักจะทำออกมาได้ขี้เหร่และลวกๆมาก โดยเฉพาะรุ่น PL30 ที่ดูธรรมดาไม่น่าซื้อเอาซะเลย แต่พอกลายมาเป็น PL50 กลับทำออกมาได้ดูสวยงามมากยิ่งขึ้น ดูแล้วค่อยคุ้มค่าน่าคบหาหน่อย แต่ที่แปลกคือตรงสติ๊กเกอร์สีขาวที่เขียนล๊อตวันผลิต ดันเขียนชื่อ driver ว่า " Miro Armature" เล่นเอาผมงงอยู่พักใหญ่ เพราะคิดว่าทาง soundmagic ใช้ driver แบบใหม่ เนื่องจากชื่อนี้เป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูคุ้นตาเอาซะเลย หลังจาก search หาข้อมูลเกี่ยวกับ driver ตัวนี้อยู่พักใหญ่ๆ ผมจึงสรุปออกมาได้ว่า ทาง soundmagic พิมพ์ฺผิดครับ เดาว่าน่าจะตกตัว "C" ไป ซึ่งชื่อจริงๆมันควรจะเป็น " Micro Armature" มากกว่าจะเป็น " Miro Armature" ครับ


ตัววัสดุที่ใช้มาทำ housing ของหูฟังนี่ เนี้ยบมากเลยครับ งานดีขึ้นกว่าของ PL30 เยอะมากๆ เนื้องานเหมือนกับตัว Nuforce NE-8 เลยทีเดียว กระทั่งสีก็เป็นสีเดียวกับ NE-8 เลยครับ แต่ขนาดของหูฟังเล็กกว่า Ne-8 ครับ เรียกว่า เล็กกว่า PL30 ด้วยเลยแล้วกัน ทั้งๆที่ตอนดูในรูปผมนึกว่าจะไซส์ใหญ่ซะอีก ดันออกมาเล็กผิดคาด ส่วนสายก็เปลี่ยนให้ดูแข็งแรงมากขึ้น สายตอนนี้คล้ายๆกับสายของทาง UE แล้วละครับ เป็นมันเงา แถมยังหนาอีกด้วย คิดว่าไม่มีทางจะขาดง่ายๆแน่นอน ตัวแจ๊คก็เปลี่ยนจากรุ่นตรง มาเป็นหัวแจ๊ครุ่น L แทน เรียกว่าการพัฒนาตัวงานโดยรวมดีขึ้นอย่างผิดหูิผิดตาเลยทีเดียว


แต่จุกแถมก็ยังเหมือนเดิมครับ ไม่ค่อยจะ work อยู่ดี โชคดีที่มีจุกแบบโฟมมาให้ด้วย ทำให้ใส่สะดวกขึ้นมาหน่อย แต่จุกเป็นแบบผิวลื่นๆด้านนอก ทำให้คนที่มีปัญหาเรื่องขนาดรูหู โดยเฉพาะคนที่รูหูเล็กจะใส่ลำบากนิดนึง เพราะมันจะดันหูฟังออกมาอยู่เรื่อยๆ ถ้าใช้เป็น Comply โฟมน่าจะดีกว่า โดยรวมเรื่องจุกก็ยังเป็นปัญหาจุกจิกของทางนี้อยู่ดี ใครที่ใช้แล้วไม่มีปัญหาก็ถือว่าโชคดีละครับ แต่เท่าที่ผมลองจุกหลายๆตัว แม้กระทั่งจุกโฟมดำของ Shure ก็ยังสู้จุกของ Creative Aurvana ไม่ได้อยู่ดี


ของแถมที่เพิ่มขึ้นมาก็คือตัวยางคล๊องหูที่เอาสามารถถอดเข้าออกได้ รู้สึกจะเคยเห็นใน NE-8 นะครับ แต่เห็นว่ารุ่นหลังๆของ PL-30 ก็เริ่มมีแถมตัวนี้บ้างแล้ว จริงๆเป็นของที่ควรมีมาตั้งนานแล้ว เพราะช่วยป้องกันไม่ให้เหงื่อไปสัมผัสโดนสายตรงๆ ช่วยลดอาการสายเปื่อยขาดลงได้เยอะเลยทีเดียวครับ กระทั้ง Pounching ใส่หูฟังเอง ก็คุณภาพดีกว่า PL-30 เล็กน้อย แถมยังใหญ่กว่านิดๆด้วย









มาที่เรื่องของเสียง




จุดเด่นแรกของ PL50 คือการ Focus ของเสียงครับที่ทำออกมาได้ดีมากๆ เรียกว่าดีกว่า PL30 ด้วยครับ โดยเฉพาะความชัดของเสียงและความแน่นของเนื้อเสียงโดยเฉพาะเสียงกลางที่เด่น ชัดยิ่งกว่าที่ PL-30 ทำได้ แต่มวลจะไม่เยอะมากเท่าไหร่ เสียงย่านต่างๆจะออกมาชัดเจนมาก แต่ไม่มีอาการจัดจ้านบาดหูแต่อย่างใด ยิ่งเมื่อเทียบกับ PL-30 พวกรุ่นสีขาว และสีดำ ที่เสียงจะแสบแก้วหูกว่าเยอะมาก กระทั่ง PL-30 ตัวสีเทาที่นุ่มนวลกว่า ผมก็ยังว่าเสียงจัดกว่าอยู่ดี




มิติของ PL50 ทำออกมาได้ดีมากครับ การวางตำแหน่งชิ้นดนตรีทำได้ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงการ Focus ในแต่ละส่วนของชิ้นดนตรีทำได้นิ่งกว่า PL30 มากๆ อย่างเช่นเสียงกลองเวลาหวดลงบนหนังกลองที่ปรกติตัว PL30 จะมีอาการส่ายเล็กน้อย แต่ของ PL50 ตีตรงตำแหน่งไหนก็จะหยุดอยู่ตรงตำแหน่งนั้นครับ ทำให้ตัว PL50 ได้ความลึก และความสูงที่ขึ้นไปในส่วนของ Headstage ได้ชัดเจนกว่า มีมิติที่ดีกว่า เรียกว่าใกล้ๆกับที่ UE super.fi 5 pro ทำได้ครับ ( แต่ก็ยังห่างชั้นกันอยู่นะครับ ) แต่ส่วนของ soundstage เองก็พอๆกับที่ PL-30 ทำได้ครับ อาจจะรู้สึกกว้างกว่าเล็กน้อย เพราะชิ้นดนตรีที่อยู่ไกลหน่อยจะมีความชัดเจนกว่า PL30 ครับ แต่ระยะโดยรวมถือว่าพอๆกันครับ

การแยกชิ้นดนตรีต้องถือว่าทำได้ดีกว่า PL30 เล็กน้อยครับ ยังไม่เท่าเทียมที่ Super.fi 5 pro ทำได้ แต่ก็ถือว่าโอเคเลยทีเดียว การแบ่งแยกชิ้นดนตรีทำออกมาได้ชัดเจน มีการแบ่งแยกไปอยู่ในตำแหน่งต่างๆทำให้เราได้ยินเสียงเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น ได้ชัด โดยเฉพาะเพลงช้าๆทั่วไป การแยกชิ้นดนตรี PL50 จะทำออกมาได้เหนือกว่า PL30 ครับ แต่ถ้าเพลงมาเร็วๆมากๆ ก็จะเหนือกว่าแค่เล็กน้่อย แต่บางเพลงสามารถนำเสนอเสียงเล็กเสียงน้่อยที่ปรกติ PL30 จะแยกออกมาไม่ได้ ทำให้เราได้ยินเสียงที่ซ่อนๆอยู่ได้ชัดเจนทีเดียว แต่มีข้อแม้ว่าต้องใช้จุก Creative Aurvana นะครับ เพราะจุกเดิมๆ หรือจุกโฟมดำ กลับแยกชิ้นดนตรีได้ไม่ดีเท่าไหร่





เสียงกลางของ PL30 จะเด่นในเรื่องของ impact มากๆครับ ที่เห็นชัดก็คือน้ำหนักกลองครับ น้ำหนักในการหวดแต่ละครั้งมีความรุนแรงและกระแทกกระทั้นที่ชัดเจนมากๆ การแยกแยะเสียงของกลองแต่ละใบก็ทำได้ชัดเจน สามารถรับรู้ถึงน้ำหนักและเสียงของทอมแต่ละใบ และแยกน้ำหนักกระเดื่องออกมาได้ดี แม้แต่รายละเอียดของสแนร์ก็ทำได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่ส่วนของแฉยังติดบางไปหน่อย ในส่วนของเสียง Vocal จะค่อนข้างขึ้นกับเพลงมากๆครับ เพราะบางเพลงออกมาก็คมชัด บางเพลงก็จะออกขุ่นหน่อย แต่เสียงโดยรวมจะออกโทนกลางๆ ไม่หวาน ไม่จัดจ้าน หรือขุ่นคลัก ฟังแล้วสบายๆรื่นหู รูปทรงของ image Vocal ก็ออกมาดีด้วยครับ มีทรวดทรงที่ชัดเจน แต่ช่วงปลายเสียงจะห้วนไปหน่อย จริงๆปลายเสียงของ PL50 จะบาง และหายไปค่อนข้างไวมากครับ เสียงเลยจะออกกระชับ ฉับไว ฟังเพลงที่ไม่เน้นการลากปลายเสียงเลยจะออกมาดีเป็นพิเศษ



เสียงสูงจะให้ความคมชัดที่ดีมากๆ และเก็บรายละเอียดได้ดีมากๆทีเดียว แม้่จะไม่ได้ออกมาเป็นเม็ดชัดเจนได้เท่ากับของ TF10 pro แต่ตัว PL50 ก็ทำได้ไม่ขี้เหร่และหน้าน้อยใจแต่อย่างใด โดยเฉพาะช่วงหัวโน้ตของย่านสูงที่ทำออกมาได้ชัดเจนดีมากๆ และไม่มีความรู้สึกจัดจ้านเสียดหูแม้แต่นิดเดียว จะเสียนิดหน่อยก็ตรงส่วนเนื้อเสียงสูงกับช่้วงปลายเสียง ที่เนื้อเสียงบางไปหน่อย ทำให้เวลากรีดสายกีต้าร์ลงแต่ละครั้งจะรู้สึกเหมือนดีดลงมาได้ไม่เต็มเม็ด เต็มหน่วย

ช่วงปลายย่านสูงเองก็จะติดบางและจางหายค่อนข้างไว ซึ่งจะได้ยินค่อนข้างชัดเวลาที่ฟังเสียงแซ๊คโซโฟน โดยเฉพาะช่วงถอดถอนปลายเสียงของแซ็คที่ PL50 จะติดบางลงไปในทันที ทำให้เวลาฟัง Jazz มันจะรู้สึกตะหงิดหัวใจอยู่เล็กๆ แต่ก็ไม่ทำให้สูญเสียอรรถรสในการฟังมากมายแต่อย่างใด ส่วนนึงอาจจะเพราะมวลออกมาน้อยทำให้ไม่มีตัวมาชดเชยช่วงกลางและปลายเสียง ผมคิดว่าถ้าทาง PL50 ออกมาเป็นแบบ 2 driver เมื่อไหร่ ข้อเสียตรงจุดนี้น่าจะหายไปทันที เพราะลำำพัง driver เดียวยังทำได้ขนาดนี้ ถ้าได้ตัวเสริมมาช่วยแยกย่านเสียงน่าจะยิ่งดีกว่านี้อีกครับ


เสียงต่ำโดยเฉพาะ impact เบสค่อนข้างเด่นมากๆ เรียกว่า impact เหนือกว่า PL30 อยู่เล็กน้อยครับ และเป็นเบสที่ดีไม่มีอาการมากวนเสียงย่านอื่นแต่อย่างใด แถมยังแยกตำแหน่งออกมาอย่างชัดเจนมาก ตำแหน่งของเบสแทบจะอยู่ตำแหน่งเดียวกับของที่ PL30 ทำได้เลย ต่างกันตรงที่เบสของ PL50 ชัดกว่า กระแทกได้ดีกว่า แต่มวลน้อยกว่า โดยเฉพาะเพลงที่ให้เบสเยอะๆ จะเห็นได้ค่อนข้างชัดว่า PL50 มีมวลที่น้อยกว่า

ช่วง Middle Bass ของ PL50 ทำออกมาได้ดีมากครับ เนื้อมีความแน่นและชัดเจน ตรงส่วน middle bass เองก็ทำออกมาได้ดีกว่า PL30 ด้วยครับ ทำให้การจับช่วงสไลด์ของเบสทำได้ง่ายกว่า เพลงที่เล่น double bass ก็ช่วยส่งให้ PL50 แสดงศักยภาพในด้านเบสออกมาได้ดีกว่า PL30 อีก แต่ก็จะไปแพ้กันอีกทีที่ช่วงปลายเบสที่ PL50 ค่อนข้างให้ deep bass ได้บางกว่า PL30 ซึ่งจริงๆก็ถือเป็นข้อเสียของ driver แบบ B-Armature อยู่แล้วครับ ที่ทั้งมวลและ deep มักจะแพ้หูฟังที่ใช้ driver แบบ dynamic อยู่เป็นประจำ แต่เบสโดยรวมต้องถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียว เหมาะสำหรับเอามาฟังเพลงทั่วๆไป โดยเฉพาะ pop , rock


โดยรวมก็ต้องถือว่าเป็นหูฟังที่น่าซื้อใช้อีกตัวครับ เพราะฟังเพลงแล้วลื่นหูฟังสบาย เสียงย่านสูงชัดเจน กลางก็เด่น เบสก็มี ครบเครื่องเลยทีเดียว แถมยังเก็บรายละเอียดเสียงสูงได้ดีมากๆ และเป็นเสียงที่ไม่ได้แห้งแบนเหมือนหูฟังบางตัวที่ให้รายละเอียดดีแต่ เสียงกลับจัดและแห้งแบนเป็นสังกะสี ถึงแม้จะไม่สามารถขึ้นไปทาบกับหูฟังระดับราคาแพงๆได้ แต่ก็ทำได้ดีไม่แพ้ใครเหมือนกัน เหมาะสำหรับคนงบน้อยแต่อยากได้หูฟังคุณภาพดีที่สามารถซื้อได้โดยไม่ต้องคิด มาก จะมีข้อเสียก็คือเรื่องจุกที่อาจจะลำบากในการค้นหานิดนึง เพราะเท่าที่ผมเทียบมาหลายๆจุก ก็จำเป็นต้องใช้จุกของ Creative Aurvana น่ะครับ ถึงจะดีที่สุด เสียดายที่ใส่จุก UE ไม่ได้ เพราะท่อดันเล็กกว่า PL30 ทำให้การหาจุกมาใช้ดูจะลำบากหน่อย จุกที่ผมเล็งๆไว้แต่ไม่มีโอกาสได้ลองก็คงเป็น Comply โฟมนี่แหละครับ ที่ดูแล้วมีภาษีดีหน่อย ซึ่งถ้าใช้ Comply โฟม ก็จะช่วยเรื่องการเก็บเสียงด้วยครับ เพราะที่ลองจุกดำของ Shure ก็ทำให้ PL50 เก็บเสียงได้ดีมากยิ่งขึ้น ถ้าใครซื้อมาใช้ก็ลองหาจุก Comply มาใช้ดูแล้วกันนะครับว่า work หรือเปล่า เพราะจุกยาง Aurvana คงหาซื้อยากแน่นอนครับ..


เพิ่มเติมครับ สำหรับคนที่กลุ้มใจเรื่องจุก Aurvana ตอนนี้มีเทคนิคแก้ไขแล้วครับ โดยการเอาแกนจากจุกโฟมที่แถมมากับ PL50 นั่นแหละครับ ออกมา แล้วเสียบเข้าที่ท่อนำเสียงของหูฟังทั้งสองข้าง ทีนี้เราก็จะสามารถเอาจุก UE มาใ้ช้ได้แล้วครับ ไม่ต้องไปยึดติดกับจุกของ Aurvana อีกต่อไป จุก UE จะช่วยเรื่องมวล และ impact ให้ดีขึ้นครับ ยังไงก็ต้องขอบคุณ คุณที่ไม่ระบุชื่อสำหรับวิธีนี้ด้่วยนะครับ


SPEC


Speaker: 6.4mm balanced armature transducer
Impedance: 55.5ohm +/-15% (@ 1kHz)
Sensitivity: 109 +/-2dB
Frequency Response: 15Hz to 22kHz
Rated Power: 2mW
Max Power: 10mW
Connector: 3.5mm golden pin
Cable Length: 1.2m



ราคา เห็นว่าอยู่ที่ 2,000 บาทครับ จัดว่าไม่แพงเลยสำหรับคุณภาพเสียงที่ได้ ใครจะซื้อจะหาก็ไปลองฟังดูก่อนนะครับ เดี๋ยวไม่ชอบก็มาเทขายกันอีก -_-'a


วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Review หูฟัง Soundmagic PL-30

Soundmagic PL-30



บริษัทที่ทำ soundmagic ปรกติเป็นมือปืนรับจ้างผลิตหูฟัง by order ครับ ซึ่งหูฟังอย่าง PL12 ก็ถูก Order จากทาง crossroad มาก่อน และกลายมาเป็นหูฟังยอดฮิตที่รู้่จักกันดีอย่าง crossroad mylarone X3 นอกจากบริษัทเกาหลีอย่าง crossroad จะสั่งแล้ว บริษัทที่อินโดนีเซียรู้สึกจะชื่อ dBl หรือไงนี่แหละครับ ก็สั่งตัว PL12 เช่นกัน แต่ผมจำชื่อรุ่นไม่ได้แล้วล่ะ ข้อมูลก็ไว้ไหนไม่รู้หาไม่เจอ แต่หลังๆเห็นว่าทาง crossroad จะย้ายไปจ้างเจ้าอื่นผลิต ซึ่งกลายมาเป็น X3i อย่างที่เห็นในปัจจุบัน ทาง soundmagic ก็เลยทำหูฟังขายเองซะเลย


ดูจากงานประกอบภายนอก บอกตามตรงตอนที่เห็นครั้งแรกในรูปถ่ายนี่... ให้ฟรียังคิดดูก่อนเลยครับ แต่พอได้จับของจริงปั๊บ... รู้สึกมันดูดีขึ้นมาหน่อยเลยทีเดียว เพราะมันเก็บงานได้เนี้ยบดีครับ ของแถมก็ให้มาเพียบ แบบว่า เปิดกล่องมาปุ๊บ ผมงี้ตกใจเลย ลำพังแค่จุกยางก็ให้มาอย่างละ 3 สี สีและ 3 ขนาด ไหนจะที่พันสาย ไหนจะ Pounching ที่คุณภาพใช้ได้ ดูแข็งแรงทนทาน ก็ถือว่าให้ของแถมมาค่อนข้างสะใจเลยครับ แต่ติดอยู่นิดเดียว ตรง Design หูฟังนี่แหละครับ มันแบบว่า ออกแนวขี้เหร่มากกว่าดูดีน่ะ คือถ้าเปลี่ยนตรงจุกบิดปรับเบสไปเป็นอย่างอื่นที่มันดูสวยๆหน่อย มันจะเป็นหูฟังที่ดูดีขึ้นมากครับ นี่ผมลองเอาให้คนรู้จักผมดู ส่วนใหญ่จะหัวเราะเยาะใส่ เพราะมันดูกระจอกมากๆ แต่พอได้ลองเสียงปั๊บ พากันนิ่งทุกคน พอถอดออกมาก็ถามราคากันใหญ่ ก็อย่างว่า เสียงมันคุ้มกับราคาจริงๆ ฟังแล้วดีไม่มีขี้เหร่




ตัว Body หูฟังเป็นพลาสติกน้ำหนักค่อนข้างเบาครับ แต่ดูแล้วแข็งแรงทีเดียว ความแข็งแรงคิดว่าพอๆกับ x3 นั่นแหละครับ ตัวที่ผมได้มาเป็นสีบรอนซ์แบบ Metalic เคลือบเงาสีคล้ายๆีสีรถยนต์นั่นแหละครับ แต่ผมคิดว่าคงใช้สีสเปรย์ธรรมดานี่แหละพ่น แต่เกล็ดสีมันดูละเอียดดีก็คงเป็นสีคุณภาพดีหน่อยน่ะครับ ตัวสายแข็งแรงพอสมควร ไม่เล็กไม่ใหญ่ พูดง่ายๆคือ สายเหมือน X3 นี่แหละครับ แต่แจ็คไม่เหมือน เพราะแจ๊คของ PL30 สามารถเสียบต่อตรงๆกับ iPhone ได้เลย น่าจะถูกใจคนที่พก iPhone ด้วยน่ะครับ

จุดสำคัญอีกอย่างของ PL30 ที่ไม่เหมือนหูฟังตัวอื่นๆคือ มันมีตัวปรับเร่งเบสครับ เอาไว้สำหรับคนที่คิดว่าเบสที่ฟังอยู่มันไม่พอ ก็สามารถบิดปุ่มหมุนตรงหูฟังเพื่อเร่งให้เบสกระหึ่มมากขึ้นได้โดยสะดวก ตัวปุ่มบิดเพิ่มเบสอาจจะหมุนยากนิดนึงเพราะปุ่มมันเล็ก แต่จังหวะการบิดใช้ได้เลยครับ เพราะเวลาบิดมันจะเหมือนมีเฟืองล๊อคในแต่ละจังหวะการบิด ไม่ได้เป็นแบบปุ่มหมุนฟรีลื่นปรี๊ดน่ะครับ เรื่องปุ่มปรับเบสเนี่ย ตอนแรกผมเข้าใจว่ามันจะสามารถปรับเบสได้แบบละเอียดหลายระดับ แต่เอาเข้าจริงๆมันดันปรับได้แค่ 2 ระดับ คือ เบสปรกติ กับเบสตรึม ซึ่งถ้าให้ผมแนะนำนะครับ อย่าไปบิดมันเลยจะดีที่สุดครับ เพราะลำพังเบสดั้งเดิมที่มากับหูฟัง มันก็ไม่ธรรมดาแล้วครับ ถ้าไปปรับมันอีกจะกลายเป็นเบส เหนือมนุษย์ไปเลยครับ







ทีนี้มาว่ากันเรื่องเสียงบ้าง


ตัว PL30 จะมีนิสัยเสียแบบเดียวกับ X3 คือ จุกเดิมๆมันจะให้เสียงที่แย่มาก ต้องใช้จุก UE เท่านั้นถึงจะแสดงศักยภาพได้เต็มที่ แถมก่อน burn เสียงเบสมันจะกวนหน่อยๆ กลางจัดติดจัด และ image โดยรวมมันจะเบลอๆนิดๆ แถมยังแยกชิ้นดนตรีได้ไม่ดีเอาด้วย เลยต้องมาเผาที่ราวๆ 100 - 150 ชั่วโมง ซึ่งถ้าฟังเพลงปรกติก็ใ้ช้เวลาราวๆ 150-200 ครับ แค่ถ้าเล่นลูกสูตรก็จะอยู่ที่ 100 ชั่วโมง เสียงทุกอย่างก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ขึ้น

ซึ่งถ้าเทียบกับ X3 ตัว PL30

- เสียงกลาง ตัว PL30 จะให้เสียงกลางที่ชัดกว่า แน่นกว่า และให้รูปร่าง image ที่เป็นตัวเป็นตนกว่า ตัวหัวโน้ตอย่างเสียง impact กลองจะใกล้ๆกัน แต่เนื้่อและ detail ของกลอง ตัว PL30 จะทำได้ดีกว่า ชัดเจนกว่า
- เสียงสูง ตัว PL30 จะชัดกว่า และปลายเสียงไปได้ไกลกว่า ให้ detail ที่ดีกว่า โดยเฉพาะเสียงจากแฉ จะเห็นเลยว่าตัว PL30 ชัดกว่าเยอะ และให้ image ใหญ่กว่า
- เสียงเบส ตัว PL30 เยอะกว่าแน่นอน ให้ middle เบสที่หนาและแน่น รูปทรงโอเค แต่ผมว่า image เบสของ X3 ให้รูปร่างที่ดูดีกว่า เพราะ PL30 มันหนาไปนิดเพราะมวลตรงช่วง mid จะเยอะ
- มิติโดยรวม ตัว PL30 จะให้ความรู้สึกโอบล้อมกว่า โอ่โถงกว่า เพราะให้ image ที่ใหญ่กว่าและมิติเสียงกลางที่ลึกว่า ในขณะที่ตัว X3 จะไปเน้นเรื่อง soundstage มากกว่ามิติเสียงกลางทำให้รู้สึกว่าแบนกว่า Pl30 อยู่บ้าง

ดังนั้น ถ้าพูดกันเฉพาะเรื่อง dynamic โดยรวม ตัว PL30 ย่อมเหนือกว่าครับ ตัว XB ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยครับ แต่ถึงเสียงมันจะดีกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าต้องชอบมากกว่านะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นอยู่ที่เพลงและความชื่นชอบโดยส่วนตัวครับ




คราวนี้มาพูดถึง PL30 ล้วนๆ...


เสียงกลางของ PL30 ถือว่าทำได้ดีจนน่าแปลกใจเลยครับ ยิ่งเพลงไหนที่อัดมาดีๆยิ่งแสดงความสามารถได้ชัดเจนครับ มีการ focus image ได้ดีมาก เรียกว่ารู้สึกถึงตัวตนของชิ้นดนตรีนั้นๆโดยเฉพาะเเสียง Vocal เป็นหูฟังที่ค่อนข้างเด่นในแง่ของ image เสียงร้องเอามากเลยทีเดียว เพราะร้องได้ชัด และมีความเป็นตัวตนสูงแถมยังให้มิติที่ดีด้วย ไม่ได้เป็นเสียงร้องชัดๆแบบแบนๆ ยิ่งเพลงที่มีนักร้องที่ร้องพร้อมๆกันหลายๆคนและ mix มาดีๆ จะเห็นได้ชัดเลยว่า แต่ละคนมีตำแหน่งการร้องที่ชัดเจน และแยกแยะได้เด่นไม่คาบเกี่ยวทับกัน ซึ่ง IEM ระดับราคาไม่ถึงสองพันที่ทำได้ขนาดนี้นี่หายากนะครับ

เสียงกลองของ PL30 ให้ impact ได้ดีแบบไม่เสียยี่ห้อผู้ผลิตเดิมของ X3 เพราะให้ imapct กลองเหมือนๆ x3 เลย เพียงแต่มีความคมติดแถมมาด้วย ทำให้เสียงสแนร์ชัดขึ้น และด้วยความสามารถส่วนตัวที่แยกชิ้นดนตรีได้ดี ทำให้เสียงกลองแยกตัวออกมาได้ชัดเจน สัมผัสได้ดี แม้จะเจอเพลงโหดๆอย่าง Through the fire and flames ก็ยังสามารถแยกเสียงกลองหลุดออกมาจากเสียงของกีต้าร์ได้ แถมยังแยกเด่นออกไม่ได้รวมอยู่ในช่วงเดียวกับมิติของกีต้าร์ด้วย ทำให้ฟังได้ง่าย และรับรู้ได้ชัดเจนถึงตำแหน่งกลองและความสมจริง โดยเฉพาะเพลงที่อัดมาดีๆ ความใสของเสียงสแนร์ผมว่า X3 จะใสกว่านิดนึง แต่เนื้อและความแน่นยังไง PL30 ก็เหนือกว่าอยู่ดี


เสียงสูงของ PL30 ทำได้ชัดเจน ใส ให้ impact ได้ดี ปลายอาจจะไม่พริ้วหวานเหมือนหูฟังตัวอื่นๆที่ระดับราคาแพงๆ แต่คุณภาพความชัดเจนของเสียงสูงถือว่าดีกว่าเพื่อนๆที่อยู่ในระดับราคาพอๆ กัน เสียงของกีต้าร์จะออกทึบนิดๆ แต่ก็ยังให้จังหวะการกรีดลงบนสายกีต้าร์ได้ชัดเจน แม้จะยังสู้ MX90vc ไม่ได้แต่ก็ทำได้ดีกว่า X3 เยอะ เพราะให้เนื้อและความหนักแน่นที่ดีกว่า จุดเด่นที่เห็นชัดน่าจะเป็นส่วนของ ไฮแฮทที่ชัดเจนมาก รับรู้จังหวะเคาะและการเหยียบกระเดื่องไฮแฮทได้ดี แต่การแยกแยะเสียงของแฉในการตีแต่ละส่วนบนฉาบถือว่าทำได้ดีแค่ในระดับนึง คือแยกแยะพอได้และรับรู้ได้ เสียงชัดคมใส แต่การถ่ายทอดน้ำหนักที่บอกถึงความหนาความแน่นของเนิ้อใบฉาบแต่ละส่วนมันยัง ถ่ายทอดได้ไม่ละเอียดนัก ซึ่งก็ตามราคาแหละครับ จะให้ดีเท่าพวกแพงๆมันก็เป็นไปได้ยาก อย่างน้อยๆก็ทำได้ดีกว่า X3 ล่ะครับ


เสียงต่ำที่เป็นจุดเด่นของหูฟังรุ่นนี้ก็ทำได้ดีครับ แม้รูปร่างเบสจะไม่เป็นตัวตนที่ดีเหมือนหูฟังแพงๆ แต่ก็ให้ image ที่ดีกว่าพวก CX400 และ CX500 แน่นอนครับ ในขณะที่ความหนาและมวลเบสใกล้เคียงกับพวกนั้นเลยทีเดียว ช่วง impact เบสถือว่าให้ได้ดีมาก แต่ด้วยความที่มวล middle เยอะไปหน่อย ทำให้ image เบสไม่ได้เป็นลูกออกมาโดดเด่น ทั้งๆที่การแยกของเบสก็ถูกแยกออกเป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน โดยเฉพาะพวกเบสที่เป็นเบสสังเคราะห์ จะรู้สึกถึงความหนาของเบสได้เด่นชัดเจนทีเดียว ความหนาจะกินกระทั่งไปถึงกีต้าร์เบส แต่ก็ไม่ได้บวมเบลอเหมือน CX300 เพราะยังให้รายละเอียดของไลน์เบสที่ชัดเจน ยังพอจับสัมผัส Melody เบสได้สบายๆ แต่ถ้าเป็นเบสที่แยกออกมาอย่าง Drum Bass ก็จะออกแต่ impact กับ middle ทำให้รูปร่างเบสค่อนข้างดีและแน่นชัด ฟังแล้วสนุก

Middle จะค่อนข้างหนาและแน่น น่าจะหนากว่า XB ด้วยซ้ำครับ แต่ระดับ impact ใกล้เคียง XB เลยทีเดียว ลองนึกภาพถึงเบส XB แต่มีตำแหน่งของตัวเองที่ชัดเจน ไม่ขึ้นไปกวนย่านอื่น และมีครบทั้ง impact mid และ deep พูดง่ายๆคือ ผมว่าคุณภาพเบสดีกว่า XB พอสมควรเลยทีเดียว ( เทียบจาก XB protoype ) การไล่ตัวของ melody เบสก็ทำได้ดีต่อเนื่องและชัดเจน ความไล่ลื่นและจังหวะการทอดตัวจาก mid ลงไปสู่ deep อาจจะยังสู้่ยี่ห้ออย่าง Shure โดยเฉพาะพวก E5 และ SE530 ไม่ได้ แต่ก็ถือว่าทำได้ดีเหมาะสมกับระดับราคาของตัวเองแล้วครับ

มิติของ PL30 จะให้ความรู้สึกถึงความลึก ความกว้าง แต่จะออก dark นิดๆ ซึ่งปรกติหูฟังที่เบสเยอะๆมักจะ dark เกือบทุกตัวแหละครับ มิติเสียงกลางทำได้ดีเลยทีเดียว เพราะทำได้ลึกกว่าของ X3 และ image ที่อยู่ช่วงปลายๆของมิติเสียงกลางก็ยังได้ยินชัดเจน ไม่มีอาการบาง soundstage ก็กว้าง และยังให้มิติโอบไปถึงด้านหลังหัวด้วย แต่จุดที่แปลกก็มีบ้างอย่าง image ชิ้นดนตรีที่อยู่ล้อมรอบหัวเราเวลาฟังเพลง บางเพลงจะรู้สึกว่า image ของชิ้นดนตรีที่โอบล้อมอยู่มันจะแบนๆ และติดเบลอนิดๆ ทำให้ชิ้นดนตรีที่อยู่ใกล้ๆเราหน่อย โดนเฉพาะเสียง vocal มันดูเด่นชัดมากขึ้น ในขณะที่บางเพลงก็ไม่เป็นแบบนั้น ตรงนี้ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกันครับ คิดว่าอยู่ที่ปัจจัยหลายๆอย่างรวมๆกันทำให้เกิด Effect ดังกล่าว ซึ่ง ถ้าไม่จำผิดและไม่คิดอะไรมากก็ไม่รู้สึกครับ

ที่สำคัญ มักแยกชิ้นดนตรีได้ดีเอามากๆครับ แยกได้ค่อนข้างขาดเลยทีเดียว ใกล้เคียงกับที่ Shure E3C ทำได้ และแยกแยะได้ดีกว่า X3 ด้วย ซ้ำ ชิ้นดนตรีของข้างมีตำแหน่ง จุดยืนที่ชัดเจน ไม่มีอาการเกยกันของเสียงให้รู้สึกรำคาญ ฟังแล้วสบายใจไม่หงุดหงิดเหมือนหูฟังบางยี่ห้อและบางรุ่น

โดยรวมถือเป็นหูฟังที่ให้มิิติที่ดี เบสดี กลางดี เสียงสูงกำลังดี ฟังง่ายไม่บาดหู โดยเฉพาะคนที่ชอบเบสจะชอบตัวนี้ได้ง่ายๆ ให้เสียงได้ค่อนข้างครบทุกย่าน แถมยังใส่ค่อนข้างสบาย ไม่เจ็บหู ลักษณะการใส่จะคล้ายๆกับของ Westone UM1 กับ UM2 และ Shure อย่าง SE530 คือใส่แล้วมันจะพอดีกับหูเรา ทำให้ใส่นอนได้ให้เสียงด้วย ผมลองใส่นอนตะแคงดูแล้ว ฟังเพลงสบายเลยครับ ถือได้ว่าเป็นหูฟังที่คุ้มค่ากับราคาอีกตัวนึงเลยทีเดียว ถ้าใครอยากได้เสียงแบบ X3 แต่อยากให้มันดีขึ้นกว่านั้น หรือ ใครกำลังมองหา X3 อยู่ หรือกำลังหาหูฟังราคาไม่แพแต่ให้เสียงที่คุ้มและครบครัน ผมว่าตัว PL30 น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจครับ


ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมลองฟังก่อนซื้อเสมอนะครับ ไม่งั้นจะเสียใจ








SPEC


9mm drivers
102 +/-3dB/mw sensitivity
12ohm impedance
20-22K Freq. Resp.
20mw max input/2mw rated power

More details, Natural reproduction
Comfortable fit
Adjustable bass response
No microphonics with over the ear design
Up to -20dB Ambient noise rejection