แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Sony แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Sony แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2551

Review หูฟังในตำนาน Sony MDR-E484

SONY MDR-E484





หูฟังตัวนี้ผมได้ยินชื่อเสียงของมันมานานมากแล้วครับ ตั้งแต่ก่อนที่จะได้ E888 มาใช้ซะอีก เพราะเค้าลือกันว่า ( เค้านี่คือคนใน head-fi และ อาจารย์ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ) มันคือ Earbud ที่ดีที่สุดเท่าที่คนเหล่านั้นฟังๆกันมา ผมก็เลยอยากลองเอามากๆ แต่ปัญหามันติดอยู่ตรงที่ มันเลิกผลิตตั้งแต่ปีมะโว้แล้ว ทำให้ลำบากในการหามาลองมากๆ ส่วนใหญ่คนที่มีกัน ถ้าไม่สายเน่าก็ driver กลับบ้านเก่า เล่นเอาผมท้อจนคิดว่าไม่มีโอกาสจะได้ฟังแล้ว

ทว่า... ฟ้าก็เป็นใจ หูฟังตัวนี้ก็ได้หล่นมาสู่มือผมจนได้ ต้องขอบคุณคุณ seeker ที่อุตส่าห์ไปรื้อๆโต๊ะเล่นๆแล้วบังเอิญเจอมันนอนแอ้งแม้งอยู่ ไม่งั้น review อันนี้คงไม่เกิด :D


แต่ตัวที่ได้มา ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เท่าไหร่ครับ เพราะมีการปฐมพยาบาลเบื้องต้นกันบ้างเล็กน้อย เพราะต้องเอาเทปพันสายฟันมาพันตรงส่วนที่มันเปื่อย -_-'a ยังดีที่หูฟังใช้การได้เป็นปรกติ แค่มันใช้ได้ผมก็ดีใจจะแย่แล้วครับ



เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า


ถ้าใครเคยอ่านใน head-fi มาก่อนก็น่าจะได้ยินชื่อ E484 กันแล้ว คนที่เล่นหูฟังมานานก็น่าจะมีไว้ในครอบครองด้วยซ้ำ เพราะถือเป็นหูฟัง earbud ที่เสียงดีที่สุดในยุคนั้นเลยทีเดียว แต่ราคานี่ สมัยนั้นต้องถือว่า ค่อนข้างแพงเลยทีเดียว แถมยุคนั้นพวก IEM ก็ยังไม่ได้มามีบทบาทอะไรมากมายเหมือนสมัยนี้ ลำพัง earbud อย่าง E484 นี่ ก็ถือว่าแพงสุดๆแล้ว ( แต่ผมจำราคาไม่ได้... ) ตอนนั้นผมยังไม่คิดจะซื้อเลย เห็นอยู่ แต่ไม่คิดอยากจะลงทุนไปกับหูฟังแพงๆเท่าไหร่ ได้แต่มองเมินๆ แล้วมาเสียดายตอนนี้ แต่เชื่อว่า ถ้าผมได้มาตอนนั้น ก็คงไม่แคล้วสายเปื่อยเหมือนหลายๆคน lol

เรื่องเสียงนี่ แรกๆผมก็ไม่ได้คาดหวังกับ 484 เท่าไหร่ เพราะยังไงมันก็ Earbud อีกอย่างผมเชื่อว่า E888 น่าจะเป็นตัวปรับปรุงจาก E484 มาแล้ว ดังนั้น Signature ก็น่าจะไม่หนีกัีนเท่าไหร่


แต่ปรากฏว่าผิดคาดครับ


E888 สู้ไม่ได้เลย :D งงๆอยู่ว่า sony พัฒนายังไงให้หูฟังมันแย่ลง อาจจะเป็นเพราะ Trend ช่วงที่ E888 ออกมาเพื่อแทน E484 นั้น เน้นไปในเรื่องของมิติเสียงกลาง และการ Focus Image ทุกย่านเสียง ทำให้แนวเสียงของ E888 เลยเน้นไปในเรื่องการ Focus และความคมชัดของเสียงร้องมากกว่าจะเน้นในเรื่องของมวลแบบ E484 ซึ่ง เอาจริงๆผมก็ยังมองว่า แนวเสียงของ E888 ไม่สามารถต่อกรกับ E484 ได้เลย เรียกว่า คนละรุ่นไปเลยก็ว่าได้







แล้วเสียงมันเป็นแบบไหน ??



ถ้าพูดกันเรื่องมิติก่อน ผมถือว่า เป็นหูฟังที่ผมเพิ่งจะเคยได้ยินมิติเสียงแบบนี้ครับ การสร้าง image เสียงร้องจะโดนโยนไปอยู่ด้านหลังหัวทั้งหมด คล้ายๆกับพวก Audio-Technica A series อย่าง A900 , A950ltd อะไรทำนองนั้น แต่ว่า image ใหญ่กว่ากันเยอะครับ คือ image มีขนาดแบบเต็มๆไม่มีกั๊ก แต่ฟังแล้วไม่อึดอัด เพราะ soundstage กว้างถึงกว้างมากๆ และเป็นหูฟังที่ผมฟังแล้วไม่ค่อยเครียดเรื่องจับตำแหน่งชิ้นดนตรีครับ เพราะปรกติ หูฟังที่ให้มิติไปด้านหลัง มักจะจับชิ้นดนตรีแบบสัมผัสได้ยาก เนื่องจากส่วนใหญ่จะค่อนข้างติดกับด้านหลังหัวเรามากกว่า แต่ E484 ให้มิติที่ไกลออกไปอีกครับ อารมณ์ประมาณว่ามีลำโพงอยู่ด้านหลังหัวเราตลอดเวลาเลยน่ะครับ และชิ้นดนตรีทุกชิ้นก็ไม่ได้แบนเป็นหน้ากระดาน แต่มีความเป็น 3 มิติค่อนข้างสูง ทำให้การวาง image อยู่ในระนาบที่ค่อนข้างสมจริง ไม่ได้ลอยตัวอยู่กลางอากาศเหมือนหูฟังบางตัว ( แต่บางชิ้นดนตรีก็มีลอยๆบ้าง ) เสียตรงมิติเสียงกลางไม่ค่อยลึกเท่าไหร่ ถ้านึกภาพมิติตัวนี้ไม่ออก เลยนึกถึง Super.fi 5 pro + A900 ครับ จะได้สไตล์มิติที่ใกล้เคียงกับ E484 เลยทีเดียว ( แต่ไม่เหมือนนะครับ :D ) เพราะลักษณะของ soundstage เป็นรูปแบบลูกรักบี้แนวนอนที่ป่องไปด้านหลังน่ะครับ โดยรวมผมว่า ให้ทั้ง image ชิ้นดนตรีและ มิติมีขนาดที่ใหญ่เกินตัวทีเดียวครับ เริ่มจะออกไปทาง Fullsize แล้วสำหรับตัวนี้


เสียงกลางมีมวลที่หนา และด้วยขนาด image ที่ใหญ่ทำให้สัมผัสชิ้นดนตรีได้เต็มอิ่มมาก จุดเด่นอยู่ที่เสียงกลองครับ กลองตีได้กระแทกกระทั้นและรุนแรงมาก เสียงกลองลงได้หนักและมีรายละเอียดที่ดี การไล่น้ำหนักของกลองทอมแต่ละลูกก็มีความแตกต่างกันจนรู้สึกถึงความมีตัวตนของทอมแต่ละลูกได้ แม้แต่สแนร์ก็กระแทกลงได้ชัด มีปลายเสียงแส้สแนร์จางๆออกมาเบาๆ แถมยังคุมอารมณ์ของเสียงหนังสแนร์ได้ชัดเจน ไม่เหมือนหูฟังที่ให้ impact กลองดีๆบางตัวที่ฟังไม่ออกเลยว่ามันเป็นกลองอะไร

น่าแปลกคือเสียงกลางจะมีความขุ่นเล็กน้อย พูดง่ายๆืคือตั้งแต่ย่านเสียงต่ำขึ้นมากลางจะมีความขุ่นเจืออยู่บ้าง ตัวก่อนๆที่ผมเคยลองของคุณ seeker จะขุ่นมาก ขุ่นไปหมด แต่ตัวที่ผมได้มาเองซึ่งอยู่ในสภาพที่เรียกว่าใหม่พอสมควร กลับไม่ได้ขุ่นขนาดนั้น มีเพียงความขุ่นหลงเหลือเพียงน้อยนิด เรียกว่าน้อยกว่า UM2 ด้วยซ้ำครับ ถ้าไม่มีความขุ่นเลยก็จะดีมาก

ช่วง Vocal นี่ผมเคยได้ยินหลายๆคนบอกว่าหวาน แต่ผมฟังเองรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้หวานอะไรมากมายครับ ออกแนวหนาๆ อิ่มๆซะมากกว่า ถ้าจะหวานก็น่าจะหวานกว่า E888 เล็กน้่อยน่ะครับ สไตล์คล้ายๆ UM2 นั่นแหละครับ แต่ผมว่ามันขุ่นน้อยกว่า UM2 นะ โดยรวมผมถือว่าดีทีเดียวครับ ถึงแม้น้ำเสียงจะดูไม่ค่อยเปิดเหมือน E888 แต่ให้ความรู้สึกของ image นักร้องที่ดีครับ มีความเป็นมิติมากๆ ไม่ได้แบนเป็นกระดานเหมือน earbud บางตัว ออกแนวนุ่มนวล อิ่ม และชัดเจนครับ แถมยังใหญ่สะใจด้วย เพลงที่อัดดีๆจะให้ความรู้่สึกเหมือนนักร้องกำลังยืนด้านหลังเราแล้วร้อง เพลงให้ฟังน่ะครับ อย่างกับพกนักร้องไปฟังส่วนตัวตลอดเวลา

การแยกแยะเสียง vocal ที่ซ้อนๆกันก็ทำได้ดีระดับนึงครับ คือไม่ได้ปนกันมั่วแน่นอน แต่การแยกของ 484 เป็นการแยกแบบเป็นมิติออกไป อย่างเสียงหลักก็จะเข้ามาใกล้เราหน่อย ส่วนเสียงรองก็ถอยออกไป step นึง ประมาณนี้น่ะครับ บางเพลงก็จะแยกออกไปในส่วนของมิติเสียงกลาง หรือตรง Headstage น่ะครับ ถ้าเป็นพวก Shure อย่าง E4C จะแยกแบบขึ้นไปส่วน headstage หมด เรียกว่าขาดกันไปเลย ตรงนี้ก็แล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหนนะครับ ส่วนผมชอบหมดเลย

เสียงสูงเรียกว่าชัดเจนดีครับ มีความพริ้่วในระดับที่ดีมาก แถมช่วงปลายก็ไปได้่สุดเลยทีเดียว ตรงนี้จะดีกว่า UM2 ตรงที่เสียงสูงไม่ขุ่นครับ แถมยังชัดใสในระดับที่ดีเอามากๆ ยิ่งถ้าไม่ใส่ฟองน้ำนี่ พวกสายเครื่องสายจะยิ่งได้ยินไลน์แบบชัดเจนและสดขึ้นมากทีเดียว เพียงแต่หูฟังตัวนี้จำเป็นต้องใส่ฟองน้ำ ไม่งั้นมิติจะเสียครับ ทำให้พวกเครื่องสาย drop ลงเล็กน้อย เสียงไวโอลีนจะค่อนข้างโดนก่้อนใครเพื่อนครับ เพราะปรกติช่วงจังหวะที่ลากคันชักนี่ ถ้าเกิดไม่ใส่ฟองน้ำ เวลาลากขึ้นจะได้ยินการถ่ายน้ำหนักช่วงต้นไปยังปลายได้ดีครับ แต่พอใส่ฟองน้ำแล้ว ช่วงปลายๆมันเหมือนจะหายไปหน่อยน่ะครับ แถมความสดของเสียงก็ลดลงด้วย ถ้าฟังเพลง Classic ผมแนะนำให้ถอดออกเลยครับ จะช่วยให้เพราะขึ้นมาอีกนิดนึงครับ

แต่เสียงแซ็คนี่ ขึ้นได้หวานใช้ได้ครับ ถ้าเอามาฟังแจ๊สแล้วอยากได้เสียงแซ็คหวานๆนี่ ตัวนี้ให้ได้เลยครับ แถมให้รายละเอียดเวลาที่แส้ของกลองแจ๊สเคาะลงบนแฉกับไฮแฮทได้ดีมากๆครับ จริงๆไม่ต้องกลองแจ๊สก็ได้ กลองธรรมดาก็ำทำได้ดีเหมือนกันครับสำหรับตรง เพราะได้ยินรายละเอียดชัดเจนว่าเคาะตรงจุดกลาง หรือปลายๆแฉ รวมทั้งรายละเอียดของไฮแฮทก็ชัดเจนมากๆครับ


เรื่องเบสส่วนสำคัญระดับประเทศ คือถ้าเอาตัวนี้เทียบกับ E888 ผมว่า เบสตัว E484 ดีกว่าครับ impact อาจจะไม่แรงเท่าไหร่ ( แรงกว่า E888 ) แต่ว่า มวลเบส และMiddle เบสตัว 484 นี่ทำได้ดีมากๆครับ มีความหนาและมี Melody เบสทีดีพอตัวทีเดียว ช่วงที่เดินโน้ตเบสตีคู่ไปกับกระเดื่องนี่ ผมได้ยินค่อนข้างชัดเจนทีเดียว แบบรู้ได้เลยว่ากำลังเดินเบสเกาะกับกระเดื่องไป ซึ่งปรกติผมฟังไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่กับ E888 สำหรับจุดนี้ ( กับหูฟังหลายๆตัวด้วยครับ ) deep เบสก็มีแต่ไม่ได้ลากมากจนอืดอาดบวมน่าเบื่อ อยู่ในระดับที่มีคุณภาพดีทีเดียว image เบสใหญ่ แต่ไม่เว่อร์ และ Balance กับ image ย่านอื่นๆ ทำให้ไม่เด่นน่าเกลียด แถม impact ก็กำลังดี ไม่ได้มากหรือน้อยไป deep ก็ไม่ลึกมากเกิน ออกแนวๆนุ่มเล็กน้่อยด้วยซ้ำครับ

โดยรวมถือว่าเป็นหูฟังที่ให้เสียงได้ดีตัวนึง มิติเสียงอยู่ในขั้นดีมาก เสียงก็อิ่มและหนา มวลเสียงดี เหมาะสำหรับฟังเพลง POP , Jazz , Classic และอื่นๆ ส่วน Rock ก็ฟังได้ไม่ขี้เหร่ครับ แต่ขา Dance นี่ผมไม่มั่นใจว่าจะชอบหรือเปล่า พอดีผมไม่ได้เอาเพลงแนว dance ลงในเครื่องแล้ว test น่ะครับ เท่าที่ฟังๆดูก็ํน่าจะไปไหวครับ

ตัว E484 นี่ อาจารย์ไมตรีเองเคยบอกว่า มันให้น้ำเสียงใกล้เคียงกับลำโพงของมาร์คเลวินสัน แต่เผอิญผมไม่เคยฟัง เลยตอบไม่ได้ว่าเหมือนจริงหรือเปล่า :D ทว่าเรื่องมิติกับ image นี่ผมยอมรับเลยว่า ทำได้ดีจริงๆสำหรับ earbud ใส่ฟังเพลงแล้วไม่รู้สึกว่ากำลังใส่ earbud เลยครับ ถ้าจะมีเก็บไว้ครอบครองซักตัวนี่ แทบไม่ต้องคิดมากเลยครับ เจอก็ซื้อได้เลย :D ปัญหาคือมันไม่มีแล้วนี่สิ แย่เลย lol





SPEC
====


ขนาด Driver : 16mm Twin TURBO)
Impedance : 18Ω
Sound Pressure level : 108dB/mW
Maximum Input : 50mW
Frequency Response : 8~27,000Hz
น้ำ้ำหนัก : 6.0g(ไม่รวมสาย )
Connector : 1.3m LC-OFC CLASS1

Review หูฟัง Sony MDR-EX90

SONY MDR-EX90








Sony MDR-EX90 เป็นหูฟังรูปแบบใหม่ที่เรียกกันว่า Hybrid คือ มีส่วนผสมของความเป็น Earbud และ In-ear ในตัวเดียว จริงๆของก็มาอยู่ในมือผมได้นานแสนนานแล้ว แต่มีหลายๆอย่างทำให้ผมไม่มีโอกาส review ทั้งๆที่ตั้งใจจะ review ตั้งนานแล้ว ส่วนนึงก็เพราะช่วงนั้นของค่อนข้างหายากครับ ประกอบกับผมไม่ว่างและมีหูฟังตัวอื่นเบียดขึ้นมา ตัว Ex90 เลยดูเหมือนจะถูกละเลยไปหน่อย แต่ตอนนี้ ทางศูนย์ Sony แกรับเข้ามาแล้วครับคิดว่าคงหากันไม่ยากแล้ว ผมเลยตัดสินใจ review ซะเลย




ว่ากันด้วยเรื่องรูปลักษณ์ก่อน หูฟังตัวนี้รูปร่างไม่ขี้เหร่เลยครับ ดูดีมีสไตล์อย่างไม่น่าเชื่อ ภายนอกดูเหมือนจะทำด้วยเหล็กแต่ เป็นเหล็กที่หุ้มกับยางอีกทีนะครับ แต่ดูแล้วแข็งแรง ไม่นับสาย
เพราะสายดูบอบบางตามสไตล์ sony แต่ไม่แน่ใจว่าสายเปื่อยไม๊ เพราะเท่าที่ใช้มายังไม่เจออาการสายเปื่อยเลยครับ


สิ่ง ที่หลายๆคนสงสัยก็คือว่า ตกลงหูฟังตัวนี้เป็น In-ear หรือเปล่า ผมตอบให้สำหรับคนสงสัยว่า มันเป็นแบบผสมครับ เป็น Hybrid ระหว่าง in-ear + ear-bud ครับ แถมไม่ใช่แบบ Isolation ที่สามารถกันภายนอกได้ด้วย ดังนั้น รับเสียงภายนอกได้สบายครับ แต่ ไม่มีปัญหาการฟังใดๆครับ ยกเว้นต้องไปอยู่ในที่ที่เสียงดังมากๆ อันนั้นก็เป็นปัญหาเหมือน Ear-bud ทั่วๆไปครับ แต่จริงๆการออกแบบของ Ex90 เค้าจงใจให้ได้ยินเสียงภายนอกด้วยซ้ำ เพราะเท่าที่ผมลองฟังทั้ง E888 และ EX90 ถ้าเกิดฟังในห้องเงียบๆ มันไม่ค่อยเพราะเลยครับ แต่พอไปฟังในที่โล่งๆ มีเสียงคนคุยกัน หรือมีเสียงบรรยากาศให้ได้ยินรอบๆ จะรู้สึกว่ามันเพราะขึ้น มันเหมือนให้ความโปร่งมากยิ่งขึ้น และให้เสียงที่ Match กับเสียงรอบข้างคล้ายๆกับได้ยินคนเปิดเพลงจากลำโพงที่ตั้งอยู่ใกล้ๆตัวเรา ครับ ฟังแล้วก็ได้อารมณ์ดีเหมือนกันครับ สมกับคำว่า NUDE ของแกแหละ ที่เราใส่หูฟังก็เหมือนไม่ได้กำลังใส่อยู่







มาเรื่องของเสียงครับ


สำหรับตัว Ex90 นั้น จะให้ มิติและ Soundstage ที่คล้ายคลึงกับ E888 เลยครับ เรียกว่าเหมือนกันเลยก็ได้ แต่ จะต่างกันตรงที่น้ำหนักของชิ้นดนตรีแต่ละชิ้น ที่ทาง EX90 จะลงได้คมกว่า ชัดกว่า แต่ปลายเสียงใสก็ไม่พริ้วเท่า E888 ผมว่ามันทำให้ฟังเสียงได้หลากแนวมากขึ้นกว่า E888 ครับ แต่ถ้าพูดกันรวมๆ ผมว่า Ex90 แยกชิ้นดนตรีได้ดีกว่า E888 ครับ เพราะ Image ค่อนข้างชัดกว่า E888 อยู่นิดนึงครับ ถ้าเคยฟัง E888 มาตลอดจะพอรู้สึกได้


อีกสิ่งที่ Ex90 ให้มาเพิ่มคือ เบส ครับ เบสของ Ex90 มีน้ำหนักมากกว่าทาง E888 เรียกว่าเพิ่มความ impact มาอีกนิดนึง และเบสจะนิ่งกว่า E888 เยอะครับ ดังนั้นเรื่องของกลองไม่ต้องห่วงครับ ทั้งหนักทั้งแน่นกว่า 888 เยอะ ถ้าเทียบกันในเรื่องของเบสล้วนๆแล้ว E888 จะให้เบสที่ค่อนข้างเบลอ จับไลน์เบสได้ไม่ชัดเท่า Ex90 แต่เบสของ e888 จะนุ่มกว่า และขอบเสียงกระจายได้กว้างกว่า ไม่กระชับและไวเหมือนกับของ Ex90 ซึ่งอันนี้ก็อยู่ที่คนชอบแล้วครับ แต่ผมว่ามันเหมือนกับ rock ดีเลยทีเดียว เสียตรงคุณภาพเบสยังไม่หนักหน่วงเท่า KSC35 , E5C แต่ถ้าไม่เทียบ หรือไม่เคยไปฟังพวกนั้นมาก่อน ก็จะไม่รู้สึกว่ามันน้อยไปแต่อย่างใดครับ อย่างน้อยก็เยอะกว่า E888 แล้วกัน



ผมว่าตัว Ex90 เป็นตัวที่ให้ Dynamic-range ที่ใช้ได้ทีเดียวครับ เพลงไม้ตายผมอย่าง Way down Deep ที่ไว้เช็คทั้งเบสทั้ง Dyniamic โดยเฉพาะช่วงปลายของ มิติเสียงกลาง เพลงนี้นี่ถ้าหูฟัง Dynamic ไม่ดีมา จะรู้ได้เลยครับ เพราะปลายๆเสียงมันจะบางจนแทบไม่ได้ยิน แต่ Ex90 คงระยะและเสียงได้ดีครับ เสียงไกลๆไม่บางจนไม่ได้ยิน แล้วก็ไม่ได้ชัดจนเสียมิติไป สำหรับเรื่อง Dynamic ให้ผ่านเลยครับ


เรื่องไลน์ของกีต้าร์ก็ทำได้ค่อนข้างดีครับ เรียกว่าชัดเจนคมกระจ่างทีเดียว เสียตรงยังให้เสียงได้ไม่คมและชัดเท่ากับ MS-2 ถ้าเบสและกีต้าร์ได้ระดับ Ms-2 ล่ะแจ๋วเลยครับ ผมคงไม่หาหูฟังตัวอื่นใช้เลยล่ะ คงรัก sony ขึ้นอีกเยอะ 555 แต่อย่างว่า มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วครับ


ในเรื่องของเสียงสูงนั้น ด้วยความที่ตัวนี้ให้เสียงที่กระชับทุกย่าน ดังนั้นปลายใสจะไม่กังวาลพริ้วทอดตัวไปเรื่อยๆ แต่จะโดนหยุดเสียงให้มันฟังกระชับฉับไว ดังนั้นบางทีจะให้ความรู้สึกว่ามันแข็งๆไปนิด แต่ผมว่า มันก็ให้น้ำเสียงตามรูปลักษณ์ภายนอกมันดีนะครับ เสียงจะออกสไตล์เหล็กๆนี่แหละครับ เพียงแต่ไม่กังวาลเท่านั้น แต่โดยรวมออกใสแน่นอนครับไม่ต้องห่วง ทั้งโปร่ง ทั้งใสเลยครับ เนื้อเสียงก็ไม่หยาบเหมือนทาง KSC35 ด้วยครับ เสียงฟังดูสะอาดกว่า 35 เยอะด้วยครับ แต่เบสมิอาจจะไปเทียบเทียมได้


จากความรู้สึกผม ผมคิดว่าหูฟังตัวนี้ออกแบบมาเพื่อเพิ่มระดับของ E888 ขึ้นไปอีกขั้น เพราะเน้นที่ความคมชัดมากขึ้น สำหรับตัวนี้ผมว่า มันขยายแนวการฟังให้มากขึ้นจาก E888 ที่เน้นอารมณ์นุ่มเบา พริ้วสบายๆ มาเป็นเพิ่งน้ำหนัก ความชัด ความคมให้มากขึ้น พร้อมสำหรับการฟังแนวเพลงอย่าง rock , hip-hop ...etc. จริงๆถ้าเพิ่มเบสอีกหน่อยให้พอๆกับ MX90C จะถือว่าเป็นหูฟังที่ดีเยี่ยมตัวนึงเลยครับ แต่เท่านี้ก็ดีพอสำหรับผมแล้วล่ะ







SPEC

Type : Closed Dynamic
Driver Units : 13.5mm
Power handling capacity : 200mW
Impedance : 16 ohm ( at 1kHz )
Sensitivity : 106 dB/mW
Frequency Response : 5 - 25,000 Hz
Cord : Approx. 1.2m

Review หูฟัง Sony MDR-E888


SONY MDR-E888







ความจริงแล้ว ตัว E888 นี่ ผมได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับตัวมันมานานแสนนานแล้ว แต่ ด้วยความที่ผมไม่ชอบหูฟังของ sony ทำให้ผมไม่เชื่อใน review ที่ฝรั่งพล่ามบอก เพราะฝรั่งบางคนมันก็เชื่อไม่ได้ครับ ฝรั่งมันก็คนเหมือนเรานั่นแหละครับ แกก็ไม่ได้เก่งฉลาดล้ำเลอเลิศทุกคนหรอก ก็เหมือนคนไทยเรานี่แหละ ไม่งั้นบางคนแกคงไม่บอกว่า หูฟังสุดยอดในชีวิตแก ไม่มีอะไรเทียบรัศมีได้ เป็น B&O A8 หรอกครับ... -_-'a จนฝรั่งคนอื่นๆต้องพากันประนาม





มาว่ากันที่ E888 ต่อครับ คือ เท่าที่ผมได้ลองอ่านใน head-fi หลายๆครั้ง ก็พบว่า หลายๆคนต่างพากันชื่นชม E888 กันอย่างมาก ทำให้ผมสงสัยว่า มันจะดีขนาดนั้นเลยหรือ เพราะขึ้นชื่อว่า Sony ไม่น่าจะทำอะไรให้ดีได้ เท่าที่ได้คุยๆกับหลายๆคน เค้าก็ว่าดีกัน ผมก็เลยพยายามเสาะแสวงหาเพื่อจะนำมาลอง ปรากฏว่า หาเท่าไหร่ก็หาไม่ได้ครับ เพราะมันไม่มีวางขายทั่วๆไปแล้ว แถมคนที่มีก็ไม่ปล่อยกันง่ายๆด้วย ทำเอาผมจนใจเลย ไม่มีเพื่อนไปญี่ปุ่นให้ฝากซื้อซะด้วยสิ...



จนมาวันนี้ครับ ผม search หาเล่นๆ ก็พบว่ามีท่านนึงปล่อยครับ เท่าที่คุยท่านนั้นก็บอกว่า เพิ่งจะซื้อมาได้ 2 อาทิตย์ ผมก็เลยสนใจ และติดต่อขอซื้อไปอย่างเร่งด่วน จนตอนนี้ผมก็ได้มันมาครอบครองอย่างสมใจ





แน่นอนผมไม่เชื่อว่า sony จะทำของดีๆเป็น ผมเลยบรรจงเสียบหูฟังช้าๆเข้าที่ใบหูทีละข้าง จากนั้นก็เปิดออร์เดิร์ฟด้วย "Tiger in the rain" ของ Michael Franks....... พอ intro ขึ้นซักพัก ผมก็ต้องตกใจ !! เฮ้ย !! soundstage กับ มิติเสียงมันได้ขนาดนี้เลยเหรอ ! ทั้งโปร่ง ทั้งกว้าง ผมว่า soundstage กว้างพอๆกับ หรืออาจจะดีกว่า KSc35 ด้วยซ้ำ แต่ที่แน่ๆ มิติเสียงดีกว่ากันเยอะครับ เพราะ E888 มีเสียงอ้อมไปด้านหลังด้วย ! เห็นชัดๆเลยว่าเสียง vocal ลอยเด่นแยกออกไปเป็นเอกเทศอย่างชัดเจน เสียงเครื่องดนตรีชิ้นอื่นๆก็ลอยเด่นแยกตำแหน่งกันออกไป..



ที่อึ้งอีกอย่างคือเบสครับ มันปล่อยออกมาได้ smooth มาก ใกล้ๆ K701 เลย ( แต่ 701 smooth กว่าเยอะ เสียตรงเบสมันก็น้อยกว่าด้วย ) เบสมาเต็มๆครับ ถึงแม้จะไม่เยอะอลังการเท่า KSC35 แต่ก็มีมาพอสมควรครับ ไม่น้อยน่าเกลียดแต่อย่างใด เป็นเบสพริ้วๆ นุ่มๆ... การไล่ step ของเบสเองก็เนียนมากๆ จนผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า พี่แกทำได้ด้วย!!??


ลักษณะเสียงจะออกใสๆ โปร่งๆ มีเบสนุ่มๆคอยรองรับเป็นจังหวะครับ ก็ให้รายละเอียดของเสียงก็ทำได้ดีครับ ถึงแม้จะยังสู้พวก Full Size อย่าง K701 , MB Quart ไม่ไหว แต่ผมถือว่ามันทำได้ดีไม่ขี้เหร่เท่าไหร่ เท่าที่ลอง test เพลงร๊อค ก็ถือว่าได้อรรถรสฟังได้เพลินทีเดียว แต่ก็แค่พอฟังได้ครับ จะให้มันส์สะใจคงเป็นไปไม่ได้ เพราะน้ำหนักการลงกลองผมยังถือว่าเบาเกินไป และการไล่ melody ของเบสก็ไม่ได้หนักแน่น แฟนๆร๊อคที่ชอบไลน์เบสมากๆอาจจะไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ แต่ถ้าเอาไปเพลง Jazz ละก็ สุดยอดเลยครับ เพราะน้ำหนักกลอง และน้ำหนักเบสมันกำลังพอดีเลยทีเดียว ทั้งใส นุ่มนวล และพริ้วหวานมาก

เสียง Vocal จะค่อนข้างเปิดและ Focus ได้ดี มีมวลอยู่ในระดับกำลังเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป และแยกแยะตัวเองออกมาได้ชัดเจน ไม่เข้าไปปนกับเครื่องดนตรีชิ้นอื่นๆ ทั้งยังออกใสและหวาน ไม่จัดจ้านจนแสบหู แต่ถ้าถอดเอาฟองน้ำออกก็จะจัดขึ้นมาทันทีครับ เหมือนกับเค้า design มาให้ใส่กับฟองน้ำโดยเฉพาะ ถ้าใครชอบเสียงจัดๆก็ลองถอดเล่นดูก็ได้ครับ ไม่ผิดกฏหมาย

แต่ข้อเสียก็มีครับ เพราะบางเพลงพี่แกกลับให้เสียงกลองชุดได้ไม่ค่อยดีครับ จังหวะไม้ลงกระแทกกลองไม่ค่อยชัดครับ เสียงแฉเองก็มัวๆนิดๆด้วยครับ ไลน์กีต้าร์ว่าใส แต่ก็ไม่ชัดคมเท่าที่ควร ซึ่งตรงจุดนี้ผมมองว่า Super.Fi 5 pro ยังทำได้ดีกว่าครับ เสียงจะสูงจะติดออกก้องๆนิดๆด้วย แต่ว่าให้ปลายแหลมที่พริ้วและละมุนละไม


ถ้าให้เทียบกับ KSC35 ผมว่า ขึ้นอยู่กับแนวเพลงที่ฟังด้วยครับ เพราะ E888 ยังด้อยกว่า 35 ในแง่ของเบส แต่ก็ด้อยกว่าแง่นี้เท่านั้น ในด้านอื่นๆผมว่า ทำได้ดีกว่า KSC35 เยอะครับ ทั้ง soundstage มิติ ความใสของเสียง ตัว e-888 กินขาดครับ แถมยังไม่มีเสี้ยนเสียงน่ารำคาญ ( สำหรับผม ) แบบ KSC35 ด้วยครับ


ก่อนหน้านี้ผมเคยไปลองอ่าน review เมืองนอก แล้วบางคนดันบอกว่าเสียง E888 เหมือนกันกับ EP880 ไอ้กระผมก็เลยเคยปล่อยไก่ไปทีนึง พอมาวันนี้ลองฟังถึงได้ซึ้งครับว่า EP880 เทียบไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นด้านใดๆเลยครับ ยกเว้นเฉพาะ impact เบสที่ EP880 จะให้ impact ที่หนักกว่า แต่ด้านเนื้อและความนุ่มนวลจะสู้ของทาง E888 ไม่ได้ครับ ถ้าใครชอบเบสสไตล์นุ่ม เสียงหวานๆละมุนละไม ตัว E888 คือคำตอบสำหรับคุณแล้วครับ






SPEC

Type : Lateral, In-the-ear, Open-air
Dynamic Driver Unit : 16mm diameter
Diaphragm : Bio-cellulose
Magnet : Neodymium
Cord: LC-OFC Class 1, Length: 0.4m
Plug Gold-plated : Straight Stereo Mini Plug (1/8")
Impedance : 16 ohms
Sensitivity : 108dB/mW
Power handling capacity: 50mW
Frequency Response : 8 - 27,000Hz
Weight : 0.25 oz. (7g), without cord
Supplied Accessories : Soft case, Ear pads