วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

V-moda Fader หูฟังที่ไม่ได้มีไว้ฟังเพลง

V-moda Fader






พวก Earplug ปรกติเราจะใช้เพื่อกันเสียงคนข้างๆที่กรนเสียงดังดั่งเสียงวูดรถไฟ จนนอนไม่ค่อยหลับ หรือกรณีว่ายน้ำเพื่อกันน้ำเข้าหู แต่ในวงการด้านเสียงแล้ว ยังมี earplug แปลกๆอีกมากที่เราจะไม่นึกไม่ฝันว่ามันจะมีคนทำออกมาขายด้วย นั่นคือ earplug ประเภทที่ Control ระดับเสียงได้ ซึ่งเราจะไม่ค่อยได้เห็นอุปกรณ์แปลกๆแบบนี้เท่าไหร่ เพราะโดยทั่้วไปมักจะใช้หูฟังเพื่อฟังเพลงมากกว่า


            และในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ผลิตหูฟังชื่อดังเช่นเดียวกัน ทาง V-moda จึงออกอุปกรณ์ตัวนี้มาในรูปแบบของหูฟัง ซึ่งจะแตกต่างจากพวก earplug ทั่วไปในท้องตลาดมากๆ เนื่องจาก earplug ตัวนี้จะทำหน้าที่ปรับระดับเสียง ประหนึ่งว่าเราพก Volume Control ส่วนตัวพกพาไปมา แต่เป็น Volume แบบ Fix ตำแหน่ง เพราะมันไม่สามารถปรับเพิ่มหรือลดเสียงได้ ซึ่งตัวมันก็ไม่ได้ถือว่าเป็นของใหม่หรือของแปลกแต่อย่างใด เพราะในอดีตก็มี earplug ประเภทนี้ออกมาเหมือนกัน แต่อาจจะไม่ได้รับความนิยม หรือรู้จักกันเท่าไหร่ เพราะมักจะใช้กันเฉพาะทางโดยเฉพาะในด้านการแสดงดนตรีมากกว่า เนื่องจาก earplug พวกนั้นจะออกแบบเพื่อให้รับเสียงเฉพาะย่านที่นักดนตรีต้องการ และกันเสียงที่ไม่อยากได้ออก ทำให้มีใช้กันแค่เฉพาะกลุ่ม


ผิดกับ V-moda Fader ที่ออกแบบให้ลดเสียงทุกย่านลง โดยเฉพาะปลายเสียงที่บาดหู หรือปลายเสียงต่ำที่สร้างความหงุดหงิดให้เรา โดยจะออกแบบให้รับเสียงกลางได้ดีกว่าย่านอื่นๆ และให้รับเสียงได้ในระดับที่เราได้ยินชัด ไม่ดังเกินหรือเบาเกินไป ดังนั้นมันจึงค่อนข้างเหมาะกับการใช้งานในสถานการณ์ทั่วไปในปัจจุบัน เช่น เดินทางไปในที่เสียงดังบนท้องถนน หรือ ไปเที่ยวตามสถานบันเทิงต่างๆ ( ยกเว้น สถานบันเทิงที่เน้นการใช้ อ. อ่าง เป็นหลัก เพราะเวลานั้นคงจะอยากได้ชัดๆมากกว่า)







ลักษณะงานภายนอกและอุปกรณ์


โดยปรกติงานของ V-moda มักจะทำได้ดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหูฟังแบบเล็กหรือแบบใหญ่ก็มักจะคุม QC ได้ค่อนข้างดี งานของตัว Fader ก็ออกมาดีเช่นกัน ใน set เองจะมีสายคล้องหลังหัวเพื่อเชื่อมหูฟังเข้าด้วยกัน และกันมันหล่นหายเวลาเบื่อๆ หรือขี้เกียจใส่แล้วอยากจะถอดออกชั่วคราว ตัวจุดเชื่อมใช้เป็นหัวเกลียวตัวผู้เพื่อหมุนเสียบใส่เข้าที่ด้านหลังของตัว Fader ซึ่งตัวเกลียวทำได้ smooth ดีมากๆ เวลาหมุนใส่ที่ว่าลื่นและนุ่มนวล ไม่มีอาการติดขัดแม้แต่นิดเดียว
ตัว body เห็นเล็กๆแต่ก็น้ำหนักใช้ได้อยู่ แต่เวลาใส่จะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของมันเลยแม้แต่นิดเดียว ที่สำคัญเข้าให้กล่องเล็กๆสำหรับใส่ตัว earplug มาด้วย ทำให้เวลาพกไปไหนมาไหนแสนจะสะดวก ติดที่มันเล็กไปนิด ถ้าทำหล่นหายนี่หากันตาลายเลย










หลังการทดสอบและใช้งานจริง


เมื่อใส่ earplug เข้ากับหูเรา จะรู้สึกแน่นและกระชับนิดหน่อย แต่ไม่เจ็บหูเหมือน earplug ที่ของแบรนด์อื่นๆ และใส่ง่ายกว่า เพราะปรกติ earplug ตัวอื่นมักจะเป็นแบบที่ใช้จุก 3 ชั้น หรือ Tri-Flange และไม่สามารถเปลี่ยนจุกได้ เพราะจะหลอมเป็นชิ้นเดียวกันกับตัว Earplug เลย แต่ตัว Fader เราสามารถเลือกเปลี่ยนจุกได้ตามใจชอบ และสามารถใช้กับจุก Comply Foam ได้ด้วย ซึ่งจะช่วยเรื่องความสบายในการใส่ได้อีก  และยังกระชับไม่รู้สึกว่ามันจะหล่นออกจากหูได้เลย แต่อาจจะมีปัญหากับคนที่มีรูหูขนาดเล็กนิดหน่อย ก็ต้องลองเปลี่ยนจุกดูเอา ซึ่งเราก็สามารถเลือกที่กระชับและเหมาะกับหูเราได้ตามใจชอบ



ความรู้สีกจากการทดลองใช้งานคือ อารมณ์คล้ายๆกับเราใส่หูฟังแบบอินเอียร์ทั่วไป โดยเฉพาะพวกที่มี isolation ดีๆหน่อย  แต่ไม่รู้สึกอุดอู้ และเรายังคงสามารถคุยกับคนรอบข้างได้ตามปรกติ ซึ่งถ้าใส่ในสถานการณ์แบบที่เสียงไม่ดังมาก เช่นเดินตามห้าง หรือเดินตามตลาดที่มีเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจ จะรู้สึกได้เลยว่าเสียงพวกนี้ลดลงไปมากๆจนกลายเป็นเสียงไม่เด่น ในขณะเดียวกัน เสียงเพื่อนๆที่คุยใกล้ๆเราจะเด่นกว่า


แต่ถ้าใช้ในสถานที่ที่เสียงดังมากๆ เสียงรอบข้างจะถูกตัดทอนลงไปอย่างชัดเจนมากๆ คือไม่ถึงกับว่าเสี่ยงมันเงียบไปเลยนะครับ เสียงรอบข้างยังคงได้ยินอยู่ แต่จะลดลงไปราว 60-70% เลยทีเดียว แต่จุดที่ดีกว่าคือ เราคุยกับคนข้างๆได้สบาย ได้ยินชัดเจนทุกตัวอักษร เสียงจะไม่ขุ่นเหมือนพวก earplug แบบที่กันเสียงเป็นหลัก และเราก็สามารถ control เสียงเราเวลาพูดได้ด้วย เพราะเราจะได้ยินเสียงตัวเองเช่นกัน ถ้าใครเคยใช้พวก earplug แบบกันเสียง จะรู้สึกรำคาญตรงเวลาคุยนี่แหละครับ เพราะเสียงเรามันจะไปก้องในหูแบบอู้อี้จนรู้สึกรำคาญ ทำให้ control ระดับเสียงตัวเองไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้เทพแบบ ได้ยินชัดใสแจ๋วเหมือนคุยปรกติ ในขณะที่เสียงรอบข้างลดลงจนไม่รู้สึกอะไรเลยนะครับ ยังไงมันก็คือ earplug ความชัดที่ได้ผมว่ามันก็จะดรอปกว่าที่เราคุยกับปรกติลงไปอีก เพราะตัว filter มันไม่ได้เลือกที่จะให้เสียงย่านใดย่านหนี่งเด่น แต่จงใจลดเสียงทุกย่านลง ดังนั้นที่คุยกันก็จะเบาลงด้วยเช่นกัน แต่ก็ยังได้ยินชัดเจนกว่าพวก earplug ธรรมดามากๆ

ถ้าพูดถึงในยุคปัจจุบันที่เรื่องเสียงรอบข้าง บ้านเราเริ่ม control กันไม่ค่อยอยู่แล้ว และส่วนใหญ่ก็จะทะลุเกิน 80 เดซิเบลทั้งนั้น การพก earplug ซักตัวเพื่อป้องกันหูเราให้อยู่เป็นเพื่อนฟังเพลงกับเราไปนานๆ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีครับ ดีกว่าไปรอให้หูตึง ต้องมานั่งซื้อเครื่องช่วยฟังที่ราคาไม่ธรรมดาเอาซะเลย แถมอรรถรสในการฟังเพลงไม่ต้องพูดถึง เวลานั้นมันคงไม่หลงเหลือความสุุนทรีย์พอที่จะทำให้เราอยากจะฟังเพลงแน่ๆ ดังนั้นเสียเงินหลักร้อยและเก็บส่วนที่เหลือไว้ซื้อหูฟังแพงๆ ดีกว่าเก็บเงินไว้ทั้งหมด แล้วเอาไปซื้อเครื่องช่วยฟังราคาแพงๆซะอีกครับ





4 ความคิดเห็น:

Nattavut P. กล่าวว่า...

ไม่ทราบว่าจะติดต่อคุณ G-7 ได้ที่เมลไหนครับ

G7 กล่าวว่า...

e-mail นี้ก็ได้ครับ

tuumz@hotmail.com


ติดต่อเรื่องอะไรครับผม

Nattavut P. กล่าวว่า...

จะปรึกษาเรื่องรีวิวสินคัาครับ
เดี๋ยวจะติดต่อกลับไปนะครับ

ขอบคุณครับ

G7 กล่าวว่า...

อันนี้เบอร์นะครับ

089 6416166 ครับ